นิตยสารสารคดี Feature Magazine

www.sarakadee.com
ISSN 0857-1538
  ฉบับที่ ๑๙๓ เดือน มีนาคม ๒๕๔๔
กลับไปหน้า สารบัญ

เคล็ดลับมือถือวัยรุ่น

วันชัย ตัน / ภาพประกอบ : DIN-HIN
เคล็ดลับมือถือวัยรุ่น
        ทุกวันนี้ลูกค้าคนสำคัญของบริษัทผู้ผลิตมือถือ ไม่ใช่นักธุรกิจที่ต้องเดินทางบ่อย ๆ หรือผู้ใช้รถที่ต้องการโทรศัพท์เคลื่อนที่ติดรถ ไว้เผื่อกรณีฉุกเฉินอีกต่อไป
      ลูกค้าสำคัญที่กำลังมาแรงแซงโค้ง กลายเป็นกลุ่มวัยรุ่นเงินถุงเงินถัง ที่จำเป็นต้องพกมือถือไว้ "เมาท์" กับเพื่อนฝูงนั่นเอง
      "วัยรุ่นเป็นวัยที่มีแรงดึงดูดในการใช้เทคโนโลยี และมีกำลังซื้อสูง" น็อกซ์ บริกเกน นักวิเคราะห์ประจำบริษัทที่ปรึกษา แยงกี้ กรุ๊ป กล่าว ก่อนจะวิเคราะห์ให้ฟังต่อว่า เหตุใดการทำตลาดในกลุ่มวัยรุ่น จึงประสบความสำเร็จ
      "เราวิจัยพบว่า เด็กรุ่นใหม่คุ้นเคยกับการเคลื่อนที่ตลอดเวลา คือเป็นพวกชีพจรลงเท้า ต้องไปโน่นไปนี่อยู่เสมอ ไม่ว่าจะไปชอปปิง หรือเที่ยวเล่น การมีโทรศัพท์มือถือ จึงสอดคล้องกับรูปแบบการใช้ชีวิต ที่สำคัญคือ วัยรุ่นมักจะใช้โทรศัพท์ โดยไม่ได้สนใจเลยว่า ที่ที่ตนกำลังจะโทรไปนั้น อยู่ไกลแค่ไหน หรือจะเปลืองค่าโทรศัพท์แค่ไหน ขณะที่ผู้ใหญ่ จะคิดถึงเรื่องนี้ก่อนที่จะตัดสินใจใช้โทรศัพท์"
      บริษัทที่ให้บริการโทรศัพท์มือถืออย่าง ซินซิเนติ เบลล์ ไวร์เลส พบว่า ในหนึ่งเดือนวัยรุ่นใช้โทรศัพท์มากกว่าลูกค้ากลุ่มอื่น ๆ แถมบริษัทยังเสียค่าใช้จ่ายน้อยมาก ในการรักษาลูกค้ากลุ่มนี้ไว้ ที่น่าสนใจก็คือ เด็กวัยรุ่นมักจะใช้โทรศัพท์มือถือ ในช่วงที่การใช้งานของโทรศัพท์มือถือไม่จอแจ เช่นหลังเลิกเรียน หรือวันหยุดสุดสัปดาห์ ซึ่งเป็นการช่วยเพิ่มมูลค่า ให้แก่เครือข่ายโทรคมนาคม ในช่วงเวลาที่เคยว่างอีกด้วย
      นอกจากนี้ เด็กวัยรุ่นยังพูดคุยทางโทรศัพท์มือถือกัน ครั้งละนาน ๆ มีการสำรวจพบว่า เด็กวัยรุ่นใช้โทรศัพท์มือถือ พูดคุยกันประมาณอาทิตย์ละ ๑๒ ชั่วโมง ซึ่งหากคิดค่าโทรศัพท์นาทีละ ๓ บาท ก็คงต้องจ่ายค่าโทรศัพท์กันเดือนละ ๘,๐๐๐ กว่าบาททีเดียว และทุกวันนี้วัยรุ่นในสหรัฐอเมริกา ก็จ่ายค่าโทรศัพท์มือถือเฉลี่ยเดือนละ ๑,๗๐๐-๓,๔๐๐ บาท
        "ผลการวิจัยนี้ทำให้บริษัทผู้ผลิตโทรศัพท์มือถือ พากันเบนเป้าหมาย มาที่กลุ่มวัยรุ่นกันหมด ลูกค้ากลุ่มดั้งเดิมอย่างนักธุรกิจ ที่ต้องเดินทาง คนวัย ๒๐ ปีขึ้นไป ตลอดจนผู้ที่พกโทรศัพท์มือถือไว้ใช้ เฉพาะยามฉุกเฉิน ถูกเขี่ยกระเด็น ออกจากการเป็นกลุ่มเป้าหมายไปหมด" นายบริกเกนกล่าว
      นักวิเคราะห์รายนี้ ยังฝันหวานว่า ในปี ๒๐๐๕ เด็กวัยรุ่นอเมริกันราวร้อยละ ๗๐ จะมีโทรศัพท์มือถือเป็นของตัวเอง
      พฤติกรรมของวัยรุ่นอเมริกัน สะท้อนให้เห็นปรากฏการณ์ที่เคยเกิดขึ้นแล้วในยุโรป เช่น วัยรุ่นฟินแลนด์ร้อยละ ๙๐ เป็นเจ้าของโทรศัพท์มือถือ
      จึงไม่น่าแปลกใจเลยว่า โทรศัพท์มือถือสัญชาติฟินแลนด์ อย่าง Nokia จะเป็นผู้นำตลาด และมีมือถือรุ่นใหม่ ๆ ที่ออกแบบมาเพื่อล่อตาล่อใจวัยรุ่นอยู่มากมาย ไม่ว่าจะเป็นโทรศัพท์มือถือที่มีเสียงเรียกเข้าแบบจ๊าบ ๆ หน้ากากสีเจ็บ ๆ และล่าสุดยังมีมือถือที่เปิดฟังเพลง จากแผ่น MP3 ได้ด้วย
      ส่วนโทรศัพท์มือถืออีกยี่ห้อหนึ่ง ก็มีบริการส่งข้อความ และโปรโมชันโทรฟรี ไม่จำกัดครั้ง ไม่จำกัดเวลา
      นักวิเคราะห์ตลาดบอกว่า การส่งข้อความทำให้เด็ก ๆ สามารถใช้โทรศัพท์มือถือได้ทุกที่ทุกเวลา  แม้ในช่วงที่อยู่ในห้องเรียน (แต่อยากจะเมาท์กับพรรคพวก) โดยวัยรุ่นเหล่านี้ จะส่งข้อความทางมือถือ เฉลี่ยวันละ ๓ ครั้ง
      อย่างไรก็ดี สุดท้ายภาระหนักก็ตกแก่คุณพ่อคุณแม่ทั้งหลาย เพราะจากการวิจัยพบว่า ร้อยละ ๘๓ ของเด็กวัยรุ่น ที่ใช้มือถือในอเมริกานั้น พ่อแม่เป็นผู้จ่ายเงินค่าบริการทั้งสิ้น
      ส่วนวัยรุ่นเมืองไทยก็ไม่ยอมน้อยหน้า เพราะตอนนี้แฟชั่นมือถือในกลุ่มวัยรุ่น ก็กำลังมาแรงตามแบบวัยรุ่นอเมริกันเปี๊ยบเลย