
ใครเที่ยววัดบ่อยๆ คงสังเกตเห็นว่าพระประธานในอุโบสถวิหารที่เราเข้าไปกราบขอพรกันนั้น
นอกจากจะเป็นพระพุทธรูปนั่งในปางต่างๆ แล้ว ก็ยังมีพระนอนอยู่ด้วย
คติการสร้างพระพุทธรูปปางไสยาสน์หรือปางปรินิพพานนั้น
เพื่อให้พุทธศาสนิกชนได้รำลึกถึงการเสด็จปรินิพพานขององค์สัมมาสัมพุทธเจ้า
ขณะเดียวกันก็เพื่อเป็นอนุสติเตือนใจให้ดำรงตนอยู่ในความไม่ประมาท
สังขารทั้งหลายเป็นสิ่งไม่เที่ยง แม้กระทั่งพระพุทธองค์ก็ยังเลี่ยงไม่พ้น

การสร้างพระนอนส่วนใหญ่มักอยู่ในท่าตะแคงขวา
ในท่านอนของราชสีห์ (สีหไสยา เป็นท่านอนที่ให้กำหนดจิตให้ตื่นในเวลาที่ต้องการ)
หลับพระเนตร พระเศียรหันไปทางทิศเหนือ หนุนพระเขนยและพระหัตถ์ขวารองพระเศียรไว้
พระหัตถ์ซ้ายทอดไปตามพระวรกายเบื้องซ้าย พระบาทซ้ายทับพระบาทขวาลักษณะตั้งซ้อนกัน
พระนอนรูปแบบนี้ในกรุงเทพฯ มีองค์โตๆ อยู่ที่วัดโพธิ์ ท่าเตียน
นอกจากท่าตะแคงขวาซึ่งพบเห็นกันเป็นส่วนใหญ่แล้ว
ยังมีพระนอนในท่าตะแคงซ้าย เช่นที่ภูค่าว จ. กาฬสินธุ์ ซึ่งเป็นพระนอนแบบทวารวดี
พระหัตถ์ซ้ายพับขึ้นมารองเศียรแทนที่จะตั้งขึ้นแบบพระนอนในยุคหลังๆ
พระบาทซ้อนเกยกัน และอีกรูปแบบหนึ่งที่ถูกจัดให้เป็น unseen ก็คือ
พระนอนหงาย ที่ จ. สุพรรณบุรี สันนิษฐานกันว่าการนอนลักษณะนี้ ไม่น่าจะหมายความถึงการเสด็จดับขันธ์ของพระพุทธเจ้า

|