โสเภณีถูกกฎหมาย สังคมไทยควรยอมรับหรือปฏิเสธ
โสเภณีถูกกฎหมาย สังคมไทยควรยอมรับหรือปฏิเสธ
(ร่วมแสดงความคิดเห็นของคุณ คลิกที่นี่)
วันดี สันติวุฒิเมธี : เรื่อง
ชัยชนะ จารุวรรณากร : ภาพ

    ในที่สุด สัมมนาแรงงานหญิงบริการทางเพศแห่งภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ที่มูลนิธิส่งเสริมโอกาสผู้หญิงหรือ "เอ็มพาวเวอร์" จัดขึ้นเมื่อวันที่ ๑๕-๑๘ พฤศจิกายน ก็ผ่านไปได้ด้วยดี แม้จะมีเสียงคัดค้านหนาหูจากนักการเมือง และเจ้าหน้าที่ตำรวจ ว่าไม่ควรใช้ประเทศไทยเป็นสถานที่จัดประชุม เพราะเห็นว่า นอกจากจะเป็นโอกาสให้มีการรวมตัวของกลุ่ม ผู้ประกอบอาชีพผิดกฎหมาย โดยเปิดเผยแล้ว ยังเป็นการสร้างภาพลักษณ์ที่ไม่ดีแก่ประเทศไทยด้วย ผู้เข้าร่วมประชุมครั้งนี้ประกอบด้วย ตัวแทนจากองค์กรพัฒนาเอกชน ที่ทำงานเกี่ยวข้องกับผู้ขายบริการทางเพศ และกลุ่มผู้ขายบริการทางเพศทั้งหญิงและชาย จาก ๑๑ ประเทศ คือ ออสเตรเลีย บังกลาเทศ อินโดนีเซีย ไต้หวัน ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย พม่า อเมริกา ญี่ปุ่น อินเดีย และไทย โดยผู้เข้าร่วมประชุมได้แลกเปลี่ยนปัญหา และกล่าวถึงความต้องการของตนในที่ประชุม เพื่อที่ตัวแทนของแต่ละประเทศ จะได้นำประเด็นปัญหา และข้อเรียกร้องเหล่านี้มาสรุป และนำเสนอต่อผู้มีอำนาจในประเทศของตนต่อไป 
    ประเด็นสำคัญในการประชุมครั้งนี้ก็คือ การเรียกร้องให้มีการรับรองอาชีพขายบริการทางเพศ ให้เป็นอาชีพที่ถูกกฎหมาย โดยผู้เข้าร่วมประชุมให้เหตุผลว่า อาชีพนี้เป็นอาชีพที่สุจริต และทำรายได้ในภาคธุรกิจ การบริการเป็นจำนวนมหาศาล และเมื่อไม่นานมานี้ องค์กรแรงงานระหว่างประเทศ หรือ ไอแอลโอ ก็ได้ให้สัมภาษณ์แก่สื่อมวลชนในประเด็นเดียวกันว่า ในปี ค.ศ. ๒๐๐๐ นี้ รัฐบาลชาติต่าง ๆ ควรออกกฎเกณฑ์ด้านแรงงาน และมาตรฐานปกป้องสังคม โดยการรับรองให้อาชีพโสเภณี เป็นอาชีพที่ถูกต้องตามกฎหมายใน "ภาคการค้าบริการทางเพศ" พร้อมกับเรียกร้องให้สังคมเปิดใจให้กว้าง ยอมรับว่าอาชีพโสเภณีเป็นอาชีพที่สุจริต เช่นเดียวกับอาชีพอื่น ๆ เพราะนอกจากผู้ประกอบอาชีพนี้ จะมีอยู่เป็นจำนวนมากแล้ว ยังถือเป็นกำลังหลัก ในการสร้างรายได้ให้แก่ประเทศในภูมิภาคนี้ด้วย
    ทว่าหลังจากเสียงเรียกร้องให้อาชีพโสเภณี เป็นอาชีพถูกกฎหมายเผยแพร่ออกมาทางสื่อมวลชน นักการเมือง เจ้าหน้าที่ตำรวจ และประชาชนส่วนหนึ่ง ก็ได้ออกมาคัดค้านในเรื่องนี้ เนื่องจากเห็นว่า หากอาชีพนี้ได้รับการรับรอง ให้เป็นอาชีพที่ถูกกฎหมาย ก็อาจก่อให้เกิดผลเสียตามมามากมาย ไม่ว่าจะเป็นในแง่ภาพลักษณ์ของประเทศ หรือการขยายตัวของธุรกิจการค้าบริการทางเพศ ทั้งยังเห็นว่าสังคมไทยยังไม่พร้อมจะยอมรับในเรื่องนี้อย่างแน่นอน 
    ด้วยเหตุนี้ ประเด็นปัญหาว่าด้วยการรับรอง ให้อาชีพโสเภณีเป็นอาชีพที่ถูกกฎหมาย จึงถูกหยิบยกขึ้นมาถกเถียงกันอีกครั้ง และบอกให้เรารู้ว่า อาจถึงเวลาแล้วที่สังคมไทยจะต้องขบคิดใคร่ครวญ ถึงเรื่องนี้อย่างจริงจัง เพื่อหาคำตอบและทางออกที่ดีที่สุดให้แก่ "อาชีพพิเศษ" ที่แฝงฝังอยู่ในสังคมไทยมาเนิ่นนาน

ร่วมแสดงความคิดเห็น สนับสนุน หรือ คัดค้าน !
คลิกที่นี่


อ่านสนับสนุนต่อ คลิกที่นี่จันทวิภา อภิสุข
เลขาธิการ มูลนิธิส่งเสริมโอกาสผู้หญิง (เอ็มพาวเวอร์)
อ่านคัดค้านต่อ คลิกที่นี่ ดร. ลลิตา ฤกษ์สำราญ
อดีตรองประธานคณะกรรมาธิการ กิจการเยาวชนสตรี และผู้สูงอายุ สภาผู้แทนราษฎร์
ส นั บ ส นุ น    คั ด ค้ า น  
  • อาชีพขายบริการทางเพศ เป็นอาชีพสุจริต และเป็นแรงงานสำคัญของชาติ 
  • ถ้าอาชีพนี้ได้รับการรับรอง ให้เป็นอาชีพที่ถูกกฎหมาย ความสัมพันธ์ระหว่างเจ้าของธุรกิจ และแรงงานที่ให้บริการจะดีขึ้น ปัญหาการเอารัดเอาเปรียบ ผู้ขายบริการก็จะลดน้อยลง
  • แรงงานที่ขายบริการทางเพศ ควรมีมาตรฐานชีวิต ที่เท่าเทียมกับแรงงาน ในอาชีพอื่น ๆ 
  • ถ้าอาชีพค้าบริการทางเพศ ได้รับการรับรองให้เป็นอาชีพที่ถูกกฎหมาย จะเป็นการเปิดทาง ให้ผู้หญิงเข้าสู่อาชีพนี้มากขึ้น
  • ประเทศไทยจะเสียภาพลักษณ์อันดีงาม ส่งผลกระทบต่อหญิงไทยคนอื่น ๆ 
  • ประเทศส่วนใหญ่ ยังไม่มีการรับรอง ให้อาชีพค้าบริการทางเพศ เป็นอาชีพที่ถูกกฎหมาย
อ่านฝ่ายสนับสนุน คลิกที่นี่
click here
อ่านฝ่ายคัดค้าน คลิกที่นี่
click here
กลับไปหน้า สารบัญ

แล้วคุณล่ะ สนับสนุน หรือ คัดค้าน !
.ต้องการ แสดงความคิดเห็นเพิ่ม คลิกที่นี่


แ ส ด ง ค ว า ม คิ ด เ ห็ น เ พิ่ ม เ ติ ม

ชื่อ-สกุล: *
E-Mail:
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม: *
*

 

พบเห็น ข้อความไม่เหมาะสม กรุณาช่วยกันแจ้ง ผู้ดูแลเว็ป (WebMaster) ขอบคุณครับ

โดยส่วนตัวแล้วอยากให้ทุกๆฝายร่วมมือกันแก้ปัญหาค่ะ โดยเฉพาะควรเริ่มตั้งแต่สถาบันครอบครัวกันเลย เพราะส่วนมากมาจากหลายสาเหตุที่ผู้หญิงตัดสินใจมาทำงานแบบนี้ และโดยเฉพาะเทาที่เห็นมามันก็ยังมีค่านิยมผิดๆที่พ่อแม่เห็นดีเห็นงามด้วยที่ลูกทำงานแบบนี้เพราะแค่ต้องการเงินและความสุขสบายโดยที่ไม่นึกถึงผลเสียที่จะตามมาในระยะยาวและขัดกับหลักศาสนาเราชาวพุธเป็นส่วนมาก คือผิดศีลข้อ4 วัฒนธรรมที่ดีงามควรจะควบคู่ไปด้วยการกระทำและสามัญสำนึกที่ดี
นิสา รักธรรม <[email protected]>
- Tuesday, February 15, 2005 at 10:35:17 (EST)

ไม่สมควรท่จะมีโสเภณีสะด้วยซ้ำไป แล้วจะให้มีโสเภณีถูกกฎหมาย ไม่ถูกต้อง
ด.ญ. ปัณฑารีย์ <www............ .com>
- Thursday, August 14, 2003 at 07:28:16 (EDT)

ไม่สมควร เพราะ อาชีพนี้เป็นอาชีพที่เสี่ยงต่อโรคเอดส์อาจจะทำให้ผู้อี่นติดเชื้อไปด้วย ขอบคุณครับ
ชีรายุทธ์ <[email protected]>
- Sunday, June 22, 2003 at 02:12:47 (EDT)

ไม่สมควร เพราะ เป็นอาชีพที่มีความเสี่ยงต่อโรคเอดส์อาจจะทำให้คนที่ไปใช้บริการทางเพศนี้อาจจะติดเชื้อได้ ขอบคุณครับที่รับความคิดเห็นของเด็กคนนี้
ด.ช. ชีรายุทธ์ <[email protected]>
- Sunday, June 22, 2003 at 02:09:07 (EDT)

คัดค้านอย่างยิ่งเพราะขัดต่อศึลธรรม
มานี แก้วขาว
- Saturday, February 15, 2003 at 01:40:57 (EST)

ควรเปิดให้ถุกกฎหมายจะได้ไม่ต้องแอบๆซ่อนๆ
สมชาย สาบุตร
- Monday, February 10, 2003 at 04:03:59 (EST)

การประกอบอาชีพโสเภณีนั้นเป็นการกระทำที่ขึ้นอยู่กับคนทำถ้าคนไหนเต็มใจทำก็ปล่อยไปเพราะเป็นสิทธิของตัวคนๆนั้น แต่ถ้าเป็นการทำโดยถูกบังคับก็ให้จับเจ้าของสถานประกอบการโดยเด็ดขาด
วีระวัฒ แสงแจ้ง <[email protected]>
- Monday, February 10, 2003 at 02:18:39 (EST)

ปัญหาโสเภณีเป็นปัญหาที่ถกเถียงกันมาช้านาน จวบจนปัจจุบันนี้รัฐก็ไม่สามารถแก้ปัญหานี้ได้ปัญหามันเกิดจากการเศรษฐกิจที่มันตกต่ำคนจึงดิ้นรนเพื่อกระเสือกกระสนให้ตนอยู่รอดในสังคมแต่ก็ไม่เห็นว่าจะต้องมาแก้ปัญหานี้ด้วยการเป็นโสเภณี ( ในกรณีที่เข่เลือกมาเอง ) แต่บางคนที่ถูกล่อลวงมานี่สิสมควรจะเป็นบุคคลที่น่าเห็นใจอย่างมาก กฎหมายปราบปรามการค้าประเวณีถึงจะปรับปรุงบทลงโทษไปมากน้อยแค่ไหนก็ไม่สามารถแก้ไขปัญหานี้ได้ เพราะอะไรเหรอคะก็สถานประกอบการมันมีบุคคลที่มีอิทธิพลหนุนหลังอยู่ต่อให้เปลี่ยนกฎหมายกี่ฉบับก็ล้มล้างไม่ได้ จริงแล้วกฎหมายเอาผิดได้นะแต่ไม่รู้ป็นเพราะอะไรเราถึงเอาผิดกับเขาเหล่านั้นไม่ได้ ไม่รู้มีอิทธิพลไรนักหนาไหนว่ากฎหมายอยู่เหนือสื่งอื่นใดสุดท้ายก็เงินนั่นเอง จริงๆแล้วอยากให้กระทรวงยุติธรรมได้ดำเนินการเรื่องนี้ ตั้งกฎหมายมาแล้วแต่คุมอะไรไม่ได้เหมือนเศษกระดาษเปล่าที่ไร้ค่า ( ถ้าทำได้เราคงไม่ต้องมามีกฎหมายรับรองผู้ค้าประเวณี ) แต่ถ้าทำไม่ได้เห็นควรมีกฎหมายรับรองฯ ค่ะอย่างน้อยก็ช่วยบรรดาโสเภณีในปัจจุบัน ให้ได้รับความคุ้มครองบ้าง ชีวิตของพวกเธอผ่านไรมาเยอะมาก ก็สมควรแล้วไม่ใช่เหรอที่จะได้สิ่งตอบแทนบ้าง อย่างน้อยก็ลดปัญหาการทำร้ายร่างกายจากบรรดาผู้ที่คุมซ่องได้บ้าง เข้าใจค่ะว่าถ้ามีกฎหมายรับรองฯขึ้นมาโสเภณีคงเต็มบ้านต็มเมือง ประเทศชาติเสื่อมเสียชื่อเสียง อันนี้เราสามารถป้องกันได้นี่คะ ครอบครัวที่อบอุ่น อบรมสั่งสอนถึงสิ่งที่ถูกที่ควร รัฐช่วยในการฟื้นฟูเศรษฐกิจ อีกอย่างค่านิยมที่ผู้ชายเห็นผู้หญิงเป็นของเล่นก็ควรลดบ้าง ทางออกของผู้ชายต้องขึ้นอยู่กับการปลดปล่อยทางเพศเหรอคะ ถ้าไม่หมกมุ่นกับสิ่งนี้คุณภาพชีวิตคงดีขึ้น ก็หวังว่าประเทศเราจะสามารถแก้ไขัญหานี้ได้นะคะ เอาใจช่วยค่ะ
nana
- Thursday, June 27, 2002 at 00:27:44 (EDT)

สนับสนุนเพราะว่าดีกว่าที่จะให้ไปแอบๆซ่อนๆกัน อีกทั้งยังทำให้ผู้ที่ขัดสนจริงๆมีรายได้ หากคุณบอกว่าไม่จำเป็นต้องทำงานนี้งานมีอีกมากมาย ผมอยากถามว่าคุณเป็นเขาไหม หากคุณมีเงินคุณก็พูดได้ แต่ผมคิดว่าคุณควรเงียบเถอะนะ หรือสักเรื่องนะ
albert <[email protected]>
- Monday, May 13, 2002 at 22:27:09 (EDT)

"โสเภณี" ไม่ว่าจะถูกกฎหมายหรือผิดกฎหมายก็ไม่ควรให้มีขึ้นในสังคมไทย ไม่ควรที่จะไปตีตราผู้หญิงคนไหนว่าเป็นโสเภณี ยิ่งถ้าหากผู้หญิงคนนั้นเป็นคนในวงค์ตระกูลของใครด้วยแล้ว ยิ่งไม่เป็นที่พึงประสงค์ของคนในครอบครัวหรือวงค์ตระกูล และยิ่งจะทำให้วงค์ตระกูลทั้งตระกูลเสื่อมเสียไปด้วย ในปัจจุบันนี้ขนาดแค่ยังไม่ตีตรายังมีมากขนาดนี้ และถ้าไปตีตราด้วยแล้วจะมีมากแค่ไหน สังคมไทยไม่ควรที่จะไปยอมรับอะไรที่มันเสื่อมเสียง่าย ๆ โดยเฉพาะ "โสเภณีไทย" เพราะเรายังไม่อยากให้ชาติอื่นตราหน้าชาติไทยว่าเป็น "ดินแดนแห่งโสเภณี" เพราะอาชีพนี้ไม่ได้เป็นอาชีพ แต่เป็นมิจฉาชีพ เป็นอาชีพที่ไม่สุจริต พระพุทธเจ้าไม่ทรงสรรเสริญ เป็นทางเสื่อมโดยแท้ อยากให้สังคมไทยมาสนใจคำสอนของพระพุทธเจ้ากันให้มาก พระพุทธเจ้าทรงสอนและแนะนำว่า..... มิจฉาชีพที่ไม่ควรประกอบ ๕ อย่าง คือ ๑. ค้าขายมนุษย์ ๒. ค้าขายอาวุธ ๓. ค้าขายยาพิษ ๔. ค้าขายน้ำเมา ๕. ค้าขายสัตว์เป็นเพื่อฆ่า อาชีพที่ไม่ควรประกอบ (มิจฉาชีพ) ทั้ง ๕ อย่างนี้ ขอเชิญท่านผู้รู้ได้ใคร่ครวญดูเถิด.
สมเกียรติ รักพงษ์ <[email protected]>
- Monday, May 13, 2002 at 07:08:35 (EDT)

"โสเภณี" ไม่ว่าจะถูกกฎหมายหรือผิดกฎหมายก็ไม่ควรให้มีขึ้นในสังคมไทย ไม่ควรที่จะไปตีตราผู้หญิงคนไหนว่าเป็นโสเภณี ยิ่งถ้าหากผู้หญิงคนนั้นเป็นคนในวงค์ตระกูลของใครด้วยแล้ว ยิ่งไม่เป็นที่พึงประสงค์ของคนในครอบครัวหรือวงค์ตระกูล และยิ่งจะทำให้วงค์ตระกูลทั้งตระกูลเสื่อมเสียไปด้วย ในปัจจุบันนี้ขนาดแค่ยังไม่ตีตรายังมีมากขนาดนี้ และถ้าไปตีตราด้วยแล้วจะมีมากแค่ไหน สังคมไทยไม่ควรที่จะไปยอมรับอะไรที่มันเสื่อมเสียง่าย ๆ โดยเฉพาะ "โสเภณีไทย" เพราะเรายังไม่อยากให้ชาติอื่นตราหน้าชาติไทยว่าเป็น "ดินแดนแห่งโสเภณี" เพราะอาชีพนี้ไม่ได้เป็นอาชีพ แต่เป็นมิจฉาชีพ เป็นอาชีพที่ไม่สุจริต พระพุทธเจ้าไม่ทรงสรรเสริญ เป็นทางเสื่อมโดยแท้ อยากให้สังคมไทยมาสนใจคำสอนของพระพุทธเจ้ากันให้มาก พระพุทธเจ้าทรงสอนและแนะนำว่า..... มิจฉาชีพที่ไม่ควรประกอบ ๕ อย่าง คือ ๑. ค้าขายมนุษย์ ๒. ค้าขายอาวุธ ๓. ค้าขายยาพิษ ๔. ค้าน้ำเมา ๕. ค้าขายสัตว์เป็นเพื่อฆ่า อาชีพที่ไม่ควรประกอบ (มิจฉาชีพ) ทั้ง ๕ อย่างนี้ ขอเชิญท่านผู้รู้ได้ใคร่ครวญดูเถิด.
สมเกียรติ รักพงษ์ <[email protected]>
- Monday, May 13, 2002 at 07:05:18 (EDT)

อยากจะขายก็ขายไป ไม่เห็นต้องให้รับรองเลยนี่ ขายได้ก็ขายไป รับรองแล้วได้อะไรกับคุณ ซึ่งเป็นคนส่วนน้อย แล้วคนส่วนใหญ่ของประเทศล่ะ
คนไทย
- Monday, May 13, 2002 at 04:39:25 (EDT)

ผมคัดค้าน และไม่เห็นด้วยอย่างแรง เรื่องโสเภณีถูกกฎหมาย ผมเชื่อว่าอาชีพนี้เป็น อาชีพที่ทำเงินได้ง่ายดายมาก ผมเคยอ่าน ข่าวในสหภาพโซเวียตหรือประเทศสังคมนิยม ที่แตกตัวออกมาเป็นประเทศใหม่ต่างประสบ ปัญหาทางเศรษฐกิจ ประชาชนส่วนใหญ่ยากจน มีสารคดีช่องหนึ่งรายงานการสอบถามความคิดเห็นของเด็กๆ ซึ่งมาจากครอบครัวยากจนในประเทศหนึ่งแถบนั้นว่า โตขึ้นจะประกอบอาชีพใด เด็กผู้ชายส่วนใหญ่ตอบว่า โตขึ้นจะ เป็นมาเฟีย ผู้ค้ายา มือปืน ส่วนเด็กผู้หญิงส่วนใหญ่บอกว่าจะค้าประเวณี ผมฟังแล้วใจหายมาก ถ้าวันหนึ่งในประเทศไทยมีกฎหมายนี้ ซึ่งตอนนั้นผมอาจจะมีลูกสาว และยอมรับว่าครอบครัว มีฐานะยากจน แล้วอยู่ดีๆ ลูกสาวลุกขึ้นมาบอก ผมว่า เธอจะเป็นโสเภณีเพราะว่ารายได้ดีสามารถหาเงินมาจุนเจือครอบครัว คุณจะให้ผมบอกเขาว่า ดีมากลูก มันอาชีพที่สุจริตงั้นเหรอ พระเจ้า.. ว่าโตขึ้นจะประกอบอาชีพอะไร
คนหันหลัง
- Sunday, May 12, 2002 at 21:43:58 (EDT)

เรื่องนี้เป็นเรื่องของคนที่ทำผิด แล้วอยากให้คนอื่นยอมรับว่ามันเป็นสิ่งที่ถูก ไม่ชอบคำว่า "อาชีพพิเศษ" เลย เรียก โสเภณี นะดีแล้ว คนที่ทำมันจะได้ละอายบ้าง อย่ามองแค่เรื่องส่วย ระบบการหากินผิดกฏหมาย เคยคิดถึงผลที่จะตามมาไหม ถ้าทำจริง ไม่ว่าเป็นเรื่องความเสื่อมทรามของศีลธรรม การแพร่ระบาดของโรคเอดส์ ตอนนี้ก็มีเป็นล้านแล้ว ( คนไทย 60 คนเป็น 1 คน) ค่ารักษาพยาบาลที่รัฐต้องจ่าย การสูญเสียวัยแรงงานของประเทศ การสูญเสียคนในครอบครัว ฝากคนที่ชอบฝากชีวิตกับถุงยาง ว่ามันป้องกันได้ไม่ 100 % หรอก ได้แค่ลดความเสี่ยงเท่านั้น ไม่เข้าใจว่าทำไมชอบฝากชีวิตกับของราคาไม่กี่บาท ถ้ายังมองไม่เห็นภัยที่แฝงอยู่อีกหน่อยเราคงเหมือนบางประเทศในอาฟริกาที่มีคนติดเอดส์มากกว่า 60 % ไม่ต้องให้ใครมายึดครอง ก็สิ้นชาติได้
มองต่างมุม
- Sunday, May 12, 2002 at 16:44:49 (EDT)

ก็ไม่เห็นแปลกอะไรนะครับ ในเมือผู้หณิง เค้าเป็นยินยอม ยอมรับกับอาชีพนี้ด้าบ ก็น้าจะหั้ยโอกาสเค้าบ้างนะครับ เพียงตัวเรา ก็ควรจะป้องกันเอาไว้บ้างก็เท่านั้นเอง
วุฒิชัย จุ้ยสวี <[email protected]>
- Sunday, May 12, 2002 at 10:39:59 (EDT)

ศักดิ์ศรี .. เกิดมาทั้งที่เอาดีให้ได้ ขอเป็นกำลังจัยให้ทุกคน โสเภณีก็คนครับ
^_^่jibjib[ป่าน] <[email protected]>
- Saturday, May 11, 2002 at 06:57:15 (EDT)

ไม่หน้าจะเป็นถึงขนาดนี้เลย
กี
- Saturday, May 11, 2002 at 01:06:48 (EDT)

งานสุจริตไม่ต้องไปทำงานผิดกฎหมาย
1 <1>
- Friday, May 10, 2002 at 16:32:53 (EDT)

หากว่ากฏหมายรองรับแล้วละก็ แน่นอน ยังไม่จบประถมก็ต้องขาย ไม่เชื่อก็รับรองสิ
บัณฑิต เสมอดี <[email protected]>
- Sunday, March 03, 2002 at 00:51:59 (EST)

หากว่ากฏหมายรองรับแล้วละก็ แน่นอน ยังไม่จบประถมก็ต้องขาย ไม่เชื่อก็รับรองสิ
บัณฑิต เสมอดี <[email protected]>
- Sunday, March 03, 2002 at 00:51:35 (EST)

คิดว่าถ้าเปิดเป็นอาชีพเสรีและถูกต้องตามกฎหมายจะทำให้มีการควบคุมที่ทั้วถึงและคิดว่าปัญหาโลเภณีเด็กจะลดลงเพราะว่าไม่ใช้งานที่เด็กสมควรทำ และคิดว่าคุณ ๆ ทั้งหลายที่ทำอาชีพนี้ก็มีเหตุผลส่วนตัว ที่สำคัญก็เป็นอาชีพที่สุจริตไม่ได้ โกงหรือขโมยใคร (คนเขียนไม่ได้ทำอาชีพนี้แต่รู้สึกเห็นใจผู้หญิงด้วยกัน สำหรับคนที่ไม่มีทางเลือกจริง ๆ)
ผู้หญิง <ning_kaa>
- Thursday, February 28, 2002 at 05:11:44 (EST)

ไม่เห็นด้วย เพราะไม่ใช่สินค้าที่มีไว้เพื่อจำหน่าย เป็นสิ่งที่มีชีวิตที่มีคุณค่าและหาชื่อไม่ได้ ถ้าหากมีการนำมาจำหน่ายอย่างถูกกฎหมายแล้วอะไรจะเกิดขึ้น จิตใจของมนุษย์ก็จะตกต่ำลง ขอให้เราหันมาคิดซักนิดว่าเราหรือที่จะขายสิ่งที่มีค้าที่สุด
นายไพฑูรย์ เลาย้าง <[email protected]>
- Wednesday, August 22, 2001 at 23:51:56 (EDT)

Vote ว่าเห็นด้วยในการจดทะเบียนเพราะ หากทำได้จริง จะได้ไม่มีการกดขี่ขูดรีดแรงงานของหญิงโสเภณี และความคิดเห็นว่า นั่นจะเป็นการสนับสนุนการเป็นโสเภณีคงจะไม่ใช่เหตุผลที่เป็นไปได้ เนื่องจากในปัจจุบันที่ไม่มีการลงทะเบียนก็ยังมีจำนวนโสเภณีเป็นจำนวนมาก และไม่มีท่าว่าจะลดน้อยลง
kallayanee Techapatikul <[email protected]>
- Sunday, August 19, 2001 at 23:42:18 (EDT)

ขอแสดงความคิดเห็น เป็นกลาง การขี้นอาชีพโสเภณี เป็นอาชีพที่ถูกกำหมายก็เป็นผลดีอย่างหนึ่ง เพราะจะได้ควบคุมอาชีพนี้และคนที่ทำอาชีพนี้ได้ และควรมีการขึ้นทะเบียนไว้ด้วยตามรายคนที่ทำอาชีพนี้ เมื่อเวลามีเหตุการณ์อะไรเกิดขี้นจะได้ตามตัวกันถูกต้อง แต่ข้อเสีย คุณแน่ใจว่าจะคุม บุคคลที่ทำอาชีพนี้ได้ทั้งหมดหรือเปล่า ? และสามารถป้องกันโรคภัยต่าง ๆ ได้ทุกโรคหรือเปล่า ? และพวกคุณที่คิดสนับสนุน ควรดูด้วยว่าประเทศไทย นับถือศาสนาพุทธ สิ่งที่จะทำขึ้นมาเหมาะสมหรือไม่ ? ปัญหาการเอารัดเอาเปรียบมาคิดว่าคงจะมีอยู่เหมือนเดิม เพราะจะต้องมีการแบ่งระดับของโสเภณีคุณคิดว่าใช่หรือไม่ และการที่ทำให้อาชีพโสเภณีถูกต้องตามกฎหมายเยาวชนของชาติจะมีปัญหาหรือไม่ อยากฝากให้ผู้สนับสนุนช่วยคิดดูในเรื่องนี้ด้วย
TUANKRASAE MALEE <[email protected]>
- Friday, August 17, 2001 at 02:21:45 (EDT)

อาชีพโสเภณีถึงจะเป็นอาชีพที่สุจริต ถ้าหากว่ามีกฏหมายออกมารับรองอาจเกิดปัญหาครอบครัวขึ้น ร่วมไปถึงนักเรียนนักศึกษาที่นิยมออกมาขายตัวกันเพียงเพื่อเงินไปใช้จ่ายเกี่ยวกับการมั่งสุมเสพยาก็จะง่ายขึ้น
Khruawan Wongthin <[email protected]>
- Wednesday, August 08, 2001 at 04:33:24 (EDT)

หญิงงามเมืองมีมานานแล้ว อย่าหลอกตัวเองเลยดร.ลลิตา ก็บางคนไม่มีโอกาศเรียนถึงดอกเตอร์บ้าง จะเป็นกระหรี่บ้างจะเป็นไร และที่ว่าศักดิ์ศรีน่ะ มันกินได้หรือไม่ ขอเถอะไม่เคยตกอับก็อย่าออกความเห็นเรืองนี้
ช้าง
- Tuesday, August 07, 2001 at 01:23:57 (EDT)

เห็นได้ชัดจากอดีต นับเนื่องจากสมัยพุทธกาลอาชีพนี้มีมามานานแล้ว หากจะจำแนกมีได้ในหลายลักษณะแต่หากดูแล้วขอสรุปว่าอาชีพที่พูดถึงกันคือรับจ้างชำเรา แล้วเราจะปฎิเสธทำไมในเมื่อผู้ชายขอเรายังให้การสนับสนุนไปร่วมชำเรา กฎหมายเป็นของตายแต่คนเรามันของเป็น ในเมื่อส่วนหนึ่งของคนเรายังให้การสนับสนุน จะไปทำให้มันผิดกฎหมายทำไม ยิ่งห้ามจะทำให้คนที่จำเป็นถูกระบบกดทับให้ต่ำลง และอย่าลืมว่ากฎหมายไม่เคยให้ความเสมอภาคแก่คนโดยเฉพาะเรื่องฐานะ
คนจริง
- Tuesday, August 07, 2001 at 01:13:26 (EDT)

ไม่เห็นด้วย เพราะต่อไปถ้ามีนักเรียน นิสิต นักศึกษาทำอาชีพนี้อย่างเปิดเผยขึ้นมากันเยอะๆ แล้วอ้างว่ามันเป็นอาชีพเสริมที่ถูกกฏหมายหล่ะจะว่าไง
คำปั่น
- Monday, July 30, 2001 at 11:29:18 (EDT)

ไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง เพราะแค่เป็นอยู่ทุกวันนี้ประเทศไทยก็ถูกมองในแง่ไม่ค่อยดีอยู่แล้ว ว่าเป็นประเทศที่มีโสเภณีเยอะ ผู้หญิงไทยค่อนข้างถูกมองในแง่ไม่ดีเสมอในสายตาชาวต่างชาติ
pop
- Monday, July 30, 2001 at 11:24:55 (EDT)

ถ้าเราสนับสนุนให้ศักดิ์ศรีความเป็นคน ถูกซื้อได้ด้วยเงินอย่างถูกกฎหมาย แล้วอาตมาจะไปเทศน์ให้ใครฟัง
อาตมา
- Saturday, July 28, 2001 at 02:51:07 (EDT)

อย่ามีเลยครับ สังคมไทยมีเสรีก็จริง แต่เสรีนั้นไม่ควรเกินขอบเขตของความถูกต้อง อย่าอายที่เป็นคนจน อย่าอายที่ไม่มีกิน แต่จงอายที่เป็นคนเลว เพราะรวยจนเลือกเกิดไม่ได้ แต่ดีเลวเลือกที่จะทำได้ หากสังคมไทยเกิดปัญหา ก็คงเป็นเพราะมีสิ่งมีชีวิตชนิดหนึ่งที่เดินตามก้นวัฒนธรรมอันแสนเลวของต่างชาติ
คนรุ่นใหม่ หัวใจธรรม
- Thursday, July 26, 2001 at 00:58:38 (EDT)

ดิฉันคิดว่าสมควรที่จะสนับสนุน เพราะว่าจะได้เป็นการเปิดธุรกิจให้ถูกต้องตามกฎหมาย สวัสดิการต่าง ๆ สำหรับผู้ที่ทำอาชีพนี้จะได้ ดีขึ้น ไม่ว่าจะเป็นด้านความเป็นอยู่ และก็ สุขภาพ และที่สำคัญที่สุดจะได้ไม่ต้องถูกเอา เปรียบจากผู้ประกอบการ
คุณวาเนสซา พลอำมาตย์ <[email protected]>
- Sunday, July 22, 2001 at 11:49:32 (EDT)

ต่างกันตรงไหน ? ถ้ายาบ้า เราจะทำให้มันถูกกฎหมาย แจกแบบถล่มถลาย ดั๊มราคา แข่งกับพวกที่ผลิต ใคร ใคร่เสพม้า เสพ แต่ ผสม สาร ที่เป็นสารบำบัด และจัดที่ให้เสพแบบออสเตรเลีย เหล้า เถื่อน ก็เปิด เสรี บ่อน การพนัน คาสิโน ก็เปิดเสรี เพียงแต่ทำให้มันถูกกฎหมายกันไปเลย ไม่เสียหาย ถ้ามันได้ผลจริง แต่ที่แน่ ๆ ก็คือ ระบบ การตัดสิน ความถูกผิด ศีลธรรม มัน พ่ายแพ้ ต่อ ทุนนิยมแล้ว ยอมรับความจริง แล้ว เราก็ อยู่กันแบบตามแก้ปัญหานั่นเอง
carnivore
- Friday, July 20, 2001 at 04:57:29 (EDT)

ไม่เห็นด้วย เพราะจะทำให้ประเทศไทย เสื่อมโทรมลงไป เนื่องจากบริการทางเพศ ไม่เป็นที่ยอมรับ อย่างเปิดเภยของนาๆ ประเทศ ลแะยังขัดต่อหลักศีลธรรม อีกด้วย
ฉลาด แสนไชย <[email protected]>
- Monday, July 16, 2001 at 03:47:35 (EDT)

คนไทยต้องยอมรับความจริง ในเมื่อรัฐไม่สามารถแก้ปัญหาสังคมด้านอื่นๆได้ ก็ไม่ต้องมากลัวกระแสสังคมภายนอก หาทางมาช่วยกันแก้ปัญหาอีกหลากหลายกันดีกว่าโดยการทำหน้าที่ของทุกคนให้สมบูรณ์ ด้วยความซื่อสัตย์
katemanee k. nhum <[email protected]>
- Saturday, July 14, 2001 at 10:11:34 (EDT)

สนับสนุน ว่าควรมีการยอมรับแตน่าจะมีการเปิดบริการให้ถูกกฏหมายมีการจดทะเบียนอย่างถูกต้อง
ชลลดา กองสุข <[email protected]>
- Saturday, July 14, 2001 at 05:06:22 (EDT)

เคยไปต่างประเทศ ที่อาชีพนี้ถูกกฎหมาย ก็ไม่เห็นผู้หญิงในประเทศนั้น จะมีอาชีพขายตัว เพราะเขามีความคิด รู้ว่าสิ่งใดเหมาะหรือไม่เหมาะ บางอาชีพเงินอาจน้อย ได้มาต้องใช้ความสามารถบวกความรู้ มันทำให้เขาภูมิใจมากกว่าที่จะไปมีอาชีพที่ทำง่ายเงินก็ง่าย ผู้หญิงในประเทศนั้นที่มีอาชีพนี้ก็เป็นผู้หญิงจากประเทศไทย ฟิลิปปินส์ อินโดฯ มากกว่า ถ้าเราให้ความรู้ ความเข้าใจที่ถูกต้องแก่ผู้หญิงไทย เขาคงไม่ทำหรอก ถ้ายังทำก็แสดงว่าเขาใฝ่ต่ำจริง ๆ สรุปแล้วให้ถูกกฎหมายไปเถิด สนับสนุน อย่างน้อยผู้หญิงก็ไม่ถูกทารุณ และเอาเปรียบ
mommam
- Thursday, July 05, 2001 at 12:30:14 (EDT)

ผมคิดว่าเราควรทำการสำรวจความคิดเห็นของโสเภณีทั่วประเทศด้วยว่าเขต้องการอย่างไร เพราะว่าหากเราไม่ได้เป็นโสเภณี เราไม่สามารถรับรุ้ถึงความรู้สึกีที่แท้จริงว่าพวกเขาต้องการอะไร (อย่าไปตอบแทนคนอื่นหากไม่รู้ถึงความรู้สึกหรือข้อมูลที่แท้จริง) เพราะโสเภณีได้รับผลกระทลส่วนใหญ่ในเรื่องนี้ และผมเห็นด้วยกับการรับรองโสเภณีอย่างถูกกฎหมาย เพราะปัญหานี้มันมีมาเป็นร้อยๆ ปีแล้วในหลายประเทศ หากเราไม่สามารถที่จะปราบปรามให้หมดไปได้ เราก็ควรที่จะควบคุม และให้อยู่ในการดูแลของรัฐบาลภายไต้กฎหมาย อย่ามัวแต่สร้างภาพ เราควรยอมรับความจริงว่าประเทศเป็นอย่างไร จะได้แก้ไขปัญหากันอย่างถูกระบบ ไม่ใช้ปล่อยให้พวกเขาอยู่ในมุมมืดและแก้ปัญหากันเอง และโดนขมเหงจากผู้ประกอบการ (ประเทศอยู่ได้เพราะประชาชน โสเภณีก็คือประชาชนไม่ใช้หรือ)
Tony <[email protected]>
- Thursday, July 05, 2001 at 07:37:30 (EDT)

ผมคิดว่าเราควรทำการสำรวจความคิดเห็นของโสเภณีทั่วประเทศด้วยว่าเขต้องการอย่างไร เพราะว่าหากเราไม่ได้เป็นโสเภณี เราไม่สามารถรับรุ้ถึงความรู้สึกีที่แท้จริงว่าพวกเขาต้องการอะไร (อย่าไปตอบแทนคนอื่นหากไม่รู้ถึงความรู้สึกหรือข้อมูลที่แท้จริง) เพราะโสเภณีได้รับผลกระทลส่วนใหญ่ในเรื่องนี้ และผมเห็นด้วยกับการรับรองโสเภณีอย่างถูกกฎหมาย เพราะปัญหานี้มันมีมาเป็นร้อยๆ ปีแล้วในหลายประเทศ หากเราไม่สามารถที่จะปราบปรามให้หมดไปได้ เราก็ควรที่จะควบคุม และให้อยู่ในการดูแลของรัฐบาลภายไต้กฎหมาย อย่ามัวแต่สร้างภาพ เราควรยอมรับความจริงว่าประเทศเป็นอย่างไร จะได้แก้ไขปัญหากันอย่างถูกระบบ ไม่ใช้ปล่อยให้พวกเขาอยู่ในมุมมืดและแก้ปัญหากันเอง และโดนขมเหงจากผู้ประกอบการ (ประเทศอยู่ได้เพราะประชาชน โสเภณีก็คือประชาชนไม่ใช้หรือ)
Tony <[email protected]>
- Thursday, July 05, 2001 at 07:34:03 (EDT)

คัดค้านเต็มที่เลยค่ะ ถึงจะเป็นอาชีพทีใครบางคนคิดว่าสุจิตรก็จริง แต่จะยอมรับกันหรือไม่ว่าอาชีพนี้ทำลายทั้งสภาพสังคมส่วนรวมและสังคมภายในครอบครัว คุณลองคิดดูว่ามีเด็กสาวที่ยังไม่ผ่านการมีสามีมาเลยแล้วใฝ่ฝันที่จะทำอาชีพที่คุณคิดว่ามันสุจริตอย่างนี้ซักกี่คน ถ้าเขาเหล่าไม่ได้ถูกล่อลวงมาและถูกบังคับให้ขายตัว มีกี่คนแล้วที่ต้องสังเวยชีวิตให้ธุรกิจน้ำกามนี้ แล้วไหนยังจะโรคอะไรอีกสารพัดโรค โดยเฉพาะ โรคเอดส์ คุณปฏิเสธมั้ยว่าคุณไม่กลัว เพราะคนเราหมกมุ่นอยู่แต่สิ่งเหล่านี้ไงไม่ซื่อสัตย์ต่อคู่ของตนเองไม่ว่าจะเสียเงินไปซื้อหาเอามาปรนเปรอชั่วครั้งคราวก็เถอะ ก็สามารถนำพาความเดือดร้อนมาสู่ ภรรยาและครอบครัวที่มีความสุขของคุณเองได้ เหตุผลเพียงเท่านี้ยังเล็กน้อยกับความเสียหายที่เกิดขึ้นจริงในสภาพสังคมปัจจุบัน แล้วคุณยังสนับสนุนอยู่หรือค่ะ
kitiporn
- Thursday, June 14, 2001 at 23:25:27 (EDT)

เห็นด้วยเพราะทุกวันนี้ก็เป็นกัน๓๐เปอร์เซ็น
Robyn kimura <[email protected]>
- Saturday, June 09, 2001 at 02:27:20 (EDT)

ที่ควรทำให้ถูกกฎหมาย เพราะว่าจะทำให้สามารถควบคุมดูแลปริมาณและคุณภาพได้ดียิ่งขึ้น เพราะอาชีพนี้มีผลกระทบมากมายต่อสังคมโดยเฉพาะด้านสาธารณสุข ไม่ใช่แค่ด้านเศรษฐกิขเท่านั้น และปัญหาสาธารณสุขถือเป็นปัญหาพื้นฐานที่ควรใส่ใจเท่าเทียมกับปัญหาการศึกษา คนจะมีคุณภาพต้องมีทั้งสุขภาพและสมองที่ดี ถ้าโสเภณีควบคุมได้จะทำให้ดูแลสุขภาพอนามัยของคนในประเทศได้ง่ายขึ้นด้วย
paweena thoopthong <[email protected]>
- Friday, June 08, 2001 at 09:28:57 (EDT)

I'm thinking abut why don open eye for the thailades.We aer come from far away We jus hape us famiry
Nuttanun sommanee <[email protected]>
- Friday, June 08, 2001 at 01:20:50 (EDT)

That very good idea!
Permbol Nanakron <[email protected]>
- Tuesday, June 05, 2001 at 16:54:00 (EDT)

ฮึ ! ถูกกฏหมายงั้นรึ แล้วที่ นักเรียน นักศึกษาขายตัว ก็ น่าจะเปิดเสรีนะ ครูก็ ใช้บริการลูกศิษย์ ได้ด้วย จะให้ดี มี เกย์ เลสเบี้ยน ด้วยเป็นไร เอาอะไรมาวัดว่า เขาไม่อยากทำ ทำเพราะความจำเป็น คิดเหรอว่า พอ ถูกกฏหมายแล้ว เขาจะไม่ทำกัน เพราะอาย เชื่อ เถอะ มันต้อง มีพวก ที่แหกคอก อยู่ดี ที่เราเห็นอยู่ทุกวันนี้ ว่า การเที่ยว โสเภณีผิดกฎหมาย แต่ก็ เอาแต่โทษ ผู้หญิง จะไปควบคุมจัดการ เคยจับผู้ชายที่เที่ยวไหม บอกมาซิ ! ตรงนั้นต่างหากที่ต้องควบคุม
ไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง
- Sunday, June 03, 2001 at 23:53:43 (EDT)

เห็นด้วย เพราะปัจจุบันนี้ประเทศเราไม่สามารถหยุดยั้งหรือทำลายล้างโสเภณีได้ ซึ่งเป็นเพราะรายได้ของประชากรยังน้อยอยู่มาก ผู้หญิงจึงต้องหันมาทำงานประเภทนี้ เพราะฉะนั้นก็ควรที่จะทำให้ถูกกฎหมายไปเลย แต่ควรมีความรัดกุมและเข้มงวดในการดูแลกิจพวกนี้ด้วย เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับหญิงที่ทำงานประเภทนี้
ไม่ขอเอ่ยนาม <[email protected]>
- Wednesday, May 30, 2001 at 23:11:35 (EDT)

ในเมื่อมันห้ามไม่ให้มีไม่ได้ทำไมไม่ทำให้มันถูกต้อง ถึงจะไม่ถูกหลักศิลธรรมถูกกฎหมายน่าจะใช้ได้แล้ว หรือคุณ(ท่าน รมต.)สามารถกำจัดและจำกัดพวกเธอ(เขาด้วย)ได้เรื่องก็จบ แต่นี่มีมากขึ้นเพราะว่ามีผลประโยชน์ที่ไม่เข้ารัฐมากเหลือเกินแล้วอย่างนี้ใครจะทำถูกกฎหล่ะ แล้วอีกเรื่องแม่ชีนั่นประไรสังคมไทยยังเป็นสังคมทาสกับสตรีเสมอมาทั้งอดีตและปัจจุบันอาจจะไปถึงอนาคตโน่น ใหนบอกว่าสิทธิหญิงชายเท่าเทียมกันที่ใหนได้ หญิงมีสามีต้องจดทะเบียนเปลี่ยนนามสกุล ถ้าลูกเกิดมาไม่มีทะเบียนกลายเป็นลูกนอกสมรสเลยทั้งๆที่สามีเธอก็มีอยู่ เรื่องจดหรือไม่จดมีนักวิชาการถก(เถียง)กันยังไม่จบซะที ฝากท่านเจิมศักดิ์ถกให้จบทีเถอะ
ชายคนหัวโบราณ
- Thursday, May 24, 2001 at 09:37:49 (EDT)

ขอคัดค้านค่ะ ถ้าเปิดทางให้อาชีพนี้ถูกกฎหมาย จะมีผลเสียต่อเยาวชนอย่างมากมาย เพราะถ้าเรียนไม่จบ หรือว่างงานก็จะยึดอาชีพนี้ได้ โดยที่ไม่ต้องแคร์ภาวะสังคมหรือเศรษฐกิจเลย และเสื่อมเสียต่อประเทศชาติ
- <[email protected]>
- Tuesday, May 01, 2001 at 14:28:13 (EDT)

เพื่อเสริมรายได้ให้แก่ประเทศ และเป็นวิธีเดียวที่จะต่อต้านกฏหมายนอกระบบ ที่อาศัยอำนาจ หน้าที่ ของตน หากินกับโสเภณี คนพวกนี้ซิควรเรียกว่า หน้าตัวเมีย
Tunnatorn conmuang
- Monday, April 30, 2001 at 01:47:43 (EDT)

เรารู้กันว่ามันไม่อาจกำจัดให้หมดไปได้และจะควบคุมได้หากสร้างกฎหมายล้อมกรอบเอาไว้ใช่ไหม ? มันช่างเป็นความคิดที่ตีบต้น ควรเข้าใจว่าปัญหาเช่นนี้เป็นพลวัติ ไม่อาจกำจัดให้หมดไปได้ แต่เรา ( รัฐ ) ต้องพยายามควบคุมเอาไว้ ถ้าถามว่าจะต้องทำอย่างนั้นถึงเมื่อไหร่ ? คำตอบคือ เรื่อย ๆ ไปเพราะเป็นหน้าที่ทางการปกครอง ซึ่งต้องไม่ใช่มิจฉาทิฏฐิ ที่อาจคิดว่า ในเมื่อไม่อาจปราบปราม ฝิ่น ยาบ้า หรือ ยาเสพติดอื่น ๆ ได้ เราก็ทำให้มันเป็นเรื่องถูกกฎหมายไปเสีย ประชาชนก็ต้องไม่ดูดายต่อความไม่ถูกต้องต่าง ๆ ด้วย กฎหมาย หรือ เศรษฐศาสตร์ไม่ใช่ยาวิเศษเพราะมันเข้าไม่ถึงอุดมคติอย่างศาสนาพุทธ อย่างดีก็แค่การตีความว่า มันเป็นสิทธิในร่างกายของคนเหล่านั้น ไม่ใช่ความผิดในตัวเหมือนการฆ่าคน ( Mala Inse ) ยิ่งกว่านั้นคือ คนเรามีศักศรีดิ์ของความเป็นมนุษย์ ( Dignity of Human being ) จะคิดเรื่องอรรถประโยชน์ ( Utilities ) ทางเศรษฐศาสตร์ไม่ได้ซึ่งย่อมจะมีเรื่องภาษีมาเกี่ยวข้อง ทีนี้มันจะกลายเป็นเรื่องถูกต้องไปเลย และมันไม่ใช่เรื่องศักดิ์ศรีของประเทศ เพราะมันเป็นอาชีพไม่สุจริต ( เพราะเป็นสิ่งที่นำมาสู่ความเสื่อม ไม่อาจเรียกว่า
สรพงษ์ <[email protected]>
- Monday, April 23, 2001 at 01:23:47 (EDT)

ไม่เห็นด้วย เพราะเราไม่ควรคำนึงแต่เรื่องเศรษฐกิจ และการจัดระเบียบสังคมเท่านั้น มันเป็น Externalities คือเป็นผลกระทบภายนอกที่ให้ได้ทั้งแง่บวกและแง่ลบ ข้อดี คือ สามารถควบคุม คุณภาพชีวิตของคนที่อยู่ในอาชีพนี้ การตรวจสอบรายได้ ที่ได้มาอย่างถูกกฎหมาย ( ทั้งนี้สิ่งที่ผิดกฎหมายไม่สามารถรวมเป็นผลิตภัณฑ์ประชาชาติได้เพราะเป็นเงินนอกระบบยากแก่การตรวจสอบ ) ฯลฯ แต่ผลเสียน่าจะมากกว่า เพราะมนุษย์ไม่ใช่ สิ่งของ อย่าง เหล้า บุหรี่ หรือ บ่อนการพนัน ที่ทำให้ถูกกฎหมายเพื่อการจัดระเบียบเศรษฐกิจสังคม แน่นอนของเหล่านั้นต้องเก็บภาษีในขณะที่มีการตองสนอง ทางเศรษฐศาสตร์ แต่คนไม่ใช่ และแน่นอนว่าอาชีพนี้ย่อมจะเป็นทางเลือกที่เพิ่มขึ้น ทั้ง พวกรักร่วมเพศ ชายขายตัว ซึ่งไม่อาจเล็งเห็นว่าสังคมจะควบคุมกันได้ ในขณะที่ กฎหมายหากเปิดช่องเช่นนั้นก็จะขัดกับจารีตที่ยังไม่อาจยอมรับลักษณะเช่นนั้นได้ ทางแก้มีทางที่จะทำให้เกิดระเบียบได้ คือ การตรวจตรา เอาจริงเอาจังซึ่งต้องยอมรับว่ามันต้องมีอยู่ตามวิสัยมนุษย์แต่ต้องควบคุมไม่ให้มันเพิ่มขึ้นและพยายามกำจัดให้น้อยลงอันเป็นหน้าที่ของรัฐและประชาชนทุกคน เราไม่ควรท้อใจและทอดอาลัยกับปัญหาเพราะการสิ้นหวัง หรือยอมรับให้ความไม่ควรเป็นสิ่งที่ถูกต้อง เราก็จะเพาะความชั่วให้เติบโตโดยปริยาย
มท .
- Wednesday, April 18, 2001 at 01:55:41 (EDT)

เห็นด้วยแต่ต้องถูกกฏหมายตามที่วางไว้ แต่ถ้าพูดในกันในทางธุรกิจแล้ว ควรที่มีความรับผิดชอบในตัวผู้บริการเหมื่อนแรงงานคนหนึ่งที่ทำงานในอาชีพอีกอาชีพหนึ่ง เขาควรมีสวัสดิการตามที่กฏหมายให้กับแรงงานอื่น ๆ และเสียค่าต่าง ๆ ที่รัฐพึงที่จะหักตามรายได้ของผู้มีรายได้ และอยากให้คนไทยมองให้ลึกกว่าก่อนที่จะมีการดูผิดดูถูกแรงงานเหล่านั้น ผมว่าเป็นรายได้ของประเทศอีกรายการหนึ่ง ที่ทำให้รายได้ของประเทศ *** อยากให้ประเทศไทยรวมมีอกัน อยู่รวมกันอย่างที่ว่า ประเทศที่มีความอบอ่นที่สุดในโลก***
Pittyarud Nattha <[email protected]>
- Saturday, April 07, 2001 at 02:42:14 (EDT)

I also disagree with the idea of making a prostitute career be legal. By making it legal, more women would become prostitutes. Thinking in term of a consequence of selling sex service, prostitutes are more dependent on men who buy the service, and the family of men are suffering. It also supports the idea that whoever have money is people who have power.
Tom Pongsa <[email protected]>
- Thursday, April 05, 2001 at 01:21:13 (EDT)

ไม่เห็นด้วย เห็นว่าถ้าจะทำให้อาชีพโสเภณีเป็นอาชีพที่ถูกกฎหมาย เห็นว่าเรามาหาทางให้ความรู้ ส่งเสริม แสวงหาอาชีพอื้นให้พวกเธอเหล่านั้นทำดีกว่า พิจารณาทางด้านในแง่เศรษฐกิจแล้ว หากว่าพวกเธอเหล่านั้นหรือพวกที่ไปใช้บริการทางเพศเกิดเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ โดยเฉพาะ โรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง(เอดส์) ความศูนย์เสียทางด้านเศรษฐกิจในการเยียวยารักษาจะสูญเสียไปมากเท่าไร อันเป็นผลกระทบทางเศรษฐกิจโดยส่วนรวม และเป็นผลกระทบต่อเนื่องเป็นห่วงโซ่ต่อไป พวกที่เห็นด้วยที่สนับสนุนให้มีการประกอบอาชีพโดยถูกกฎหมาย เพียงเพื่อสนองความต้องการทางด้านเงินตราเพื่อนำมาสนับสนุนค่านิยม ความฟุ้งเฟ้อที่รับมาจากประเทศทางตะวันตก หรือเพื่อตอบสนองความต้องการทางด้านวัตถุอื่น ๆ เพียงเท่านี้หรือที่เห็นด้วย เชื่อเถอะ หญิงบริการโดยส่วนใหญ่แล้วเข้ามาสู่อาชีพนี้มาด้วยความจำเป็น เนื่องเพราะปัญหาควาามยากจน ปัญหาขาดการศึกษา ฯลฯ ส่วนที่เต็มใจเข้ามาสู่อาชีพนี้ เพียงเพื่อต้องการอยากได้เงินมาเพื่อสนองความต้องการทางด้านวัตถุอันเกิดจากค่านิยมผิด ๆ ฟุ้งเฟ้อ นิยมตะวันตก หรือเพราะเป็นอาชีพที่หาเงินได้ง่านดาย ทำเงินได้เป็นกอบเป็นกำ โดยไม่คำนึงถึงผลเสียที่จะตามมาเป็นหางว่าว เราหันมามองผูหญิงหรือบุคคลใดที่เข้ามาประกอบอาชีพโสเภณีด้วยความเมตตากันดีกว่า โดยหันมามองในมุมมองที่ว่าให้พวกเขาเหล่านั้นได้หนีออกมาจากวังวนอันเน่าเฟะ โดยการให้การศึกษา ส่งเสริมอาชีพสุจริตอื่น มาแก้ปั้ญหาจากรากเหง้าหรือต้นตอของสาเหตุแห่งปัญหา ในทางบวก กันดีกว่า เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาอันยั่งยืนตลอดไป เลิกหาเหตุผลเข้าข้างตัวเองในการที่จะส่งเสริมให้มีอาชีพนี้โดยถูกต้องตามกฎหมายดีกว่า สังคมช่วยกันทุกอย่างจะดีขึ้น... ปัญหาทิ้งท้าย สำหรับผู้สนับสนุน คุณพร้อมที่จะให้บุตรหลานของท่านเป็นโสเภณีแล้วหรือ ?
บั๊กเขียบ <[email protected]>
- Wednesday, April 04, 2001 at 03:25:46 (EDT)

สนับสนุนและเห็นด้วยว่า ควรจะรับรองอาชีพโสเภณีเป็นแรงงานรับจ้างสถานะหนึ่ง เพราะทุกวันนี้เราคงปฏิเสธไม่ได้ว่า ทั่วทุกมุมโลกมีแรงงานประเภทนี้อยู่เต็มไปหมด และอีกอย่างหนึ่งเราควรจะส่งเสริมและให้โอกาสผู้หญิงไทยได้เรียนรู้ว่าเขาควรจะเลือกหรือไม่เลือกเองไม่ใช่ว่าสังคมจะเป็นตัวกำหนดว่าเขาควรจะทำอย่างไร บางคนอาจจะอยากเป็นโดยนสมัครใจก็ได้ แต่ถ้าคนที่ไม่อยากเป็นเราก็ควรจะหาโอกาสและงานประเภทอื่นๆให้เขาทำได้มากกว่าที่เป็นอยู่ทุกวันนี้
pangrum kunlavej <[email protected]>
- Wednesday, March 28, 2001 at 01:27:09 (EST)

การที่ผู้หญิงทำอาชีพโสเภณี เป็นการใช้เรือนร่างของตัวเองก็จริง แต่ถ้ามองอีกอย่างคือเราไม่สามารถบังคับได้ว่าผู้ชายที่ใช้บริการทางเพศต้องเป็นคนโสดที่ไม่มีทางออกเท่านั้น อาชีพโสเภณีอาจทำให้สถาบันครอบครัวต้องล่มสลาย หรือมองอีกมุมคือเรื่องความหื่นกระหายทางเพศของผู้ชายมันรุนแรงถึงขนาดต้องไปซื้อไปหาไม่เป็นไปตามกลไกของธรรมชาติ และวิถีชีวิตปกติแล้ว การแต่งงานความสัมพันธ์อันซื่อสัตย์ของสามีภรรยาจะมีความหมายอะไร ถ้าลูกหลาน หรือสามีของท่านไปเที่ยวหญิงโสเภณีท่านจะรู้สึกอย่างไร
ประภาพร สุขเกษม
- Monday, March 26, 2001 at 22:40:49 (EST)

ทำไมเราไม่ถามปัญหาเรื่องนี้กับเจ้าของปัญหาตัวจริง (โสเภณี) ละว่า พวกเขาต้องการอะไร ผมไม่ได้เข้าข้างใคร แต่เท่าที่ผมอ่านมาทั้งหมด มันเป็นเรื่องระหว่างคนสองความคิด คือ ฝ่ายหนึ่งไม่เข้าใจปัญหาที่ลึกซึ้ง ก็คิดว่า หญิงโสเภณีเหล่านั้นทำให้ชื่อเสียงประเทศชาติเสียหาย ในขณะที่อีกฝ่ายหนึ่ง ก็พยายามชี้แจงถึงเหตุผลและที่มาที่ไป ยังไงเราก็คนไทยด้วยกัน อยู่ร่วมสังคมเดียวกัน เชื้อชาติ ภาษาและวัฒนธรรมเดียวกัน มาช่วยกันคิดแก้ปัญหา ว่า ทำยังไงให้ปัญหาเหล่านี้ลดน้อยลงไป จะได้กู้หน้ากู้ตาประเทศชาติ กู้เอาเกียติและศักดิ์ศรีกลับคืนมา ไม่ใช่ต่างฝ่ายต่างก็ดูดูกเหยียดหยามกันเองในสังคม แล้วคิดว่า ต่างชาติมันจะยกย่องงั้นหรือ พระพุทธเจ้า ก็สอนเอาไว้แล้วว่า คนเราเลือกเกิดไม่ได้ สุดแท้แต่เวรกรรมของใคร แต่เมื่อเราเกิดมาแล้ว ทำไมเราไม่ช่วยกันช่วยเหลือเพื่อนร่วมชาติ ผมว่ามันน่าจะได้บุญกุศลมากกว่า การทำบุญเอาหน้า
คนไทย
- Sunday, March 11, 2001 at 12:02:04 (EST)

คุณคิดว่ามนุษย์เกิดมาเพื่อสิ่งนั้นเองหรือ แล้ว จักรวาลล่ะ คุณลืมมันไปแล้วหรือ
พงษ์เทพ
- Wednesday, March 07, 2001 at 23:56:48 (EST)

สังคมไทยควรยอมรับกับเสียทีว่า โสเภณีมีมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว และมีกับคนทุกระดับชั้นด้วยซ้ำ ทั้งยากดีมีจน (โดยเฉพาะคนที่มี ๆ แล้วทั้งหลายนี่แหละตัวดี) ถ้าเรายอมรับความจริงตรงนี้ได้ ประเด็นว่าจะมีโสเภณีถูกกฎหมายหรือเปล่าก็ไม่จำเป็นต้องพูดกัน ผู้หญิงที่ต้องยึดอาชีพนี้เกือบร้อยละ 100 ไม่มีใครหรอกที่อยากทำอาชีพนี้ สาเหตุมันมาจากปัญหาอื่นๆ อีกร้อยแปดที่เชื่อมโยงกันไม่จบสิ้น ถ้าจะแก้ปัญหานี้ก็ต้องไล่แก้กันให้หมดตั้งแต่เรื่องการทำมาหากิน ค่าตอบแทนที่เป็นเหตุเป็นผลกับการครองชีพในชีวิตประจำวัน ไปจนถึงเรื่องสถาบันครอบครัว ศาสนา และอื่นๆ อีกมากมาย ปัญหาจึงมีอยู่ว่าสังคมไทยทำความเข้าใจและยอมรับคนกลุ่มนี้อย่างไร ดูถูก? ชื่นชม? เหยียดหยาม? หรือเข้าใจ? สุดท้ายก็ไม่ควรลืมว่า พวกเธอเหล่านั้นก็เป็นปุถุชนคนธรรมดาที่มีเลือดเนื้อหัวใจเหมือนพวกเราท่านทั้งหลาย ถ้าแต่ละฝ่ายเปิดใจคุยกันอย่างตรงไปตรงมา ทำใจ เปิดกว้างและยอมรับในเหตุผลของกันและกัน เรื่องที่เกิดขึ้นก็ไม่ใช่ปัญหา กฎหมายก็เป็นเพียงเครื่องมือหนึ่งที่จะเข้ามาจัดระเบียบให้สังคมเราเข้าที่เข้าทางขึ้น สิ่งที่ทุกคนมองว่าผิดกฎหมายก็จะได้ถูกกฎหมายกันสักที นอกจากนี้เรื่องข้องเกี่ยวอื่นๆ ก็จะได้ถูกจัดการกันเสียที ปัญหาเรื่องเอดส์ ทำแท้ง ยาเสพติด พวกแมงดา แม่เล้า หรือคนในเครื่องแบบที่ชอบยื่นหมูยื่นแมวใต้โต๊ะ ฯลฯ ก็จะได้รับการจัดการไปพร้อมกันด้วย เรียกว่าถ้าคิดจะจัดการปัญหาเรื่องนี้ก็จะได้ล้างบางกับเรื่องอื่นๆ ที่เชื่อมถึงกันไปด้วยเลย สังคมไทยน่าจะสงบสุขขึ้นสักที...สาธุ
ณัฐวัณย์ <[email protected]>
- Wednesday, March 07, 2001 at 00:17:32 (EST)

การทำในสิ่งที่ถูกกฎหมายมันก็ดีอยู่หรอกครับแต่การทีจะถามว่าโสเภณีถูกกฎหมาย สังคมไทยควรยอมรับหรือปฏิเสธนั้น ปัญหามันไม่ได้อยู่ที่ตรงนี้ ปัญหามันอยู่ที่ว่าทำไมผู้หญิงไทยจึงเป็นโสเภณี....โสเภณีไทย (โสเภรีโลก) สาเหตุที่เกิดขึ้นผมว่าไม่ว่า ส.ส ตัวไหนก็ตอบได้ แล้วทำไมต้องมาหาข้อกฎหมายตรงนี้ละครับ แก้ใขที่ต้นเหตุแล้วไมต้องมาพูดกันเรื่อง โสเภณีถูกกฎหมาย สังคมไทยควรยอมรับหรือปฏิเสธ
huge <[email protected]>
- Wednesday, February 28, 2001 at 11:01:25 (EST)

เราจะมองเห็นขนตาตัวเองได้ชัดอย่างไรถ้าไม่ส่องกระจก ทุกวันนี้เป็นความจำเป็นหรืออย่างไรที่บางครั้งผู้หญิงวัยรุ่น ต้องการโทรศัพท์มือถือ เส้อผ้าตามเทรนด์แฟชั่น ถึงกับยอมทำสิ่งพวกนั้น พวกผู้ชายก็เป็นโสเภณีกันมากแล้ว มนุษย์เราหวังอะไร ? ดูบุคคลระดับสูงของบ้านเมืองเถิด ถ้าไม่เข้าใจและควบคุมตนเองเสียก่อน ก็ต้องเหนื่อยกับการตามแก้ปัญหา เครื่องมือที่เข้มงวดทางกฎหมายบ้านเมือง การเอาใจใส่กันและกัน การมีสัมมาทิฏฐิ การแสวงหาสัมมาชีพ จะช่วยได้แค่เบื้องต้นเท่านั้น เบื้องปลายมนุษย์เราต้องเอาชนะด้วยตนเอง
Question Man 2
- Wednesday, February 21, 2001 at 22:33:24 (EST)

ควรทำให้ถูกกฎหมายเพราะผลดีมากกว่าผลเสีย และคุณ Farida เข้าใจผิดอย่างยิ่ง ผู้ชายบางคนก็ไม่เคยใช้บริการเหล่านี้เลย แม้แต่ครั้งเดียวในชีวิต
Question Man
- Wednesday, February 21, 2001 at 22:15:52 (EST)

ผมเห็นด้วยกับความคิดนี้ ผมเป็นคนหนึ่งที่เห็นว่า ถ้าเป็นอาชีพที่สุจริตแล้วมันไม่ใช่อาชีพที่น่ารังเกลียด และไม่ว่าจะเป็นประเทศที่พัฒนาแล้ว, ประเทศกำลังพัฒนา และด้อยพัฒนา ต่างก็มีโสเภณีกันทั้งนั้น ผมว่าปัญหาของการเป็นโสเภณีนั้น มาจากสภาพสิ่งแวดล้อมบังคับ และขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของตัวบุคคล เราไม่สามารถบังคับเขาว่าอย่าเป็นโสเภณีนะ ห้ามเป็นคุณตัวนะ แต่สิ่งที่เราทำได้คือ บอกความเป็นจริงของอาชีพ ยกตัวอย่างเห็นให้ถึงผลของการเป็นโสเภณี ผมขอยกตัวอย่างนอกเรื่องนิดหนึ่งเพื่อที่จะเข้าใจได้ชัดเจนยิ่งขึ้น คือ การสูบบุหรี่ เราห้ามเด็กไม่ให้ดูดบุหรี่ไม่ได้ แต่เราสามารถบอกเขาได้ว่า ผลเลียและสุดท้ายจุดจบมันเป็นอย่างไง เด็กทุกคนมีความคิด ให้โอกาสการตัดสินใจด้วยตัวของเขาเอง โดยเราตระเตรียมข้อมูลไว้ให้ มีตัวอย่างต่างๆของผลลัพธ์ มีการพูดคุยกับผู้ที่เป็นโรคร้ายโดยมีสื่อต่างๆเป็นตัวกลาง แต่ในเมื่อเขาตัดสินใจที่จะสูบุหรี่ นั้นคือทางที่เขาได้เลือก และมันก็ไม่ต่างอะไรกับการตัดสินใจที่จะเป็นโสเภณี ผมเห็นว่าถ้ามีกฎหมายรับรอง อย่างน้อยเราก็ได้ช่วยเหลือเขาบ้าง ผมไม่เห็นว่าภาพลักษณ์ของประเทศจะมีความสำคัญไปกว่าความเป็นคนไทยด้วยกันเอง และความเป็นมนุษย์ ภาพลักษณ์จะมีประโยชน์อะไรในเมื่อคนไทยยังไม่รักกัน ถ้าเป็นอย่างนั้นภาพลักษณ์ก็คือสิ่งจอมปลอม แล้วคุณยังจะภูมิใจกับสิ่งปลอมๆ กับการหลอกตัวเองอย่างนี้อีกเหรอ และคนที่พูดว่า “ถ้าต้องเป็นโสเภณีขอยอมอดตายดีกว่า กลับบ้านนอกทำนาดีกว่า ถ้าคุณไม่มีนาที่จะกลับไปทำ ถ้าคุณมีภาระหนี้เนื่องจากการขาดทุนจากการทำนา ถ้าคุณยังต้องรับผิดชอบชีวิตของคนอื่นๆ และคุณยังมีเงื่อนไขต่างๆนานา คุณจะไม่ยอมเป็นคนที่เสียสละเหรอ หรือคุณจะเป็นคนขี้ขลาดที่จะพาครอบครัวอดตายไปพร้อมกับคุณ” ไม่มีผู้หญิงคนไหนที่อยากเป็นโสเภณี เพราะผมมีความเชื่อว่า ผู้หญิงทุกคนอยากได้ชื่อว่า “เป็นแม่ที่ดีที่สุด” และผมก็ยังเชื่ออีกว่า คนที่ทำนาบนหลังเพศแม่ไม่มีวันเจริญ ไม่มีวันได้ดี
ขจรศักดิ์
- Sunday, February 18, 2001 at 23:04:21 (EST)

สมควรเป็นอย่างยิ่งที่จะให้การยอมรับในการที่จะให้เป็นอาชีพที่ถูกกฎหมาย เพราะว่าสังคมปัจจุบันนี้ยังไม่มีผู้ชายคนไหนที่ไม่ใช้บริการเหล่านี้ และทั้งๆที่ทราบว่าผิดกฎหมาย..แต่ผู้ชายทั้งหลายยังไม่ปฏิเสธที่จะมีสิ่งเหล่านี้ ฉะนั้นทำให้ถูกกฎหมายเลย ดีที่สุด
Farida <[email protected]>
- Thursday, February 15, 2001 at 08:04:06 (EST)

ก็คิดว่าน่าจะเห็นด้วยเพราะว่าการทำให้ปัญหาหมดไปโดยวิธีอื่นไม่มีอีกแล้วทุกวิถีทางก็ควรจะยอมรับซะจะดีกว่า ไม่เป็นไรหรอกอย่างไรก็คงจะมีคนที่มีศักดิ์ศรีเหมือนคุณ ๆ ที่รักศักดิ์ศรีกันอยู่เยอะอยู่ล่ะ คนไม่รักศักดิ์ครีจะมีสักกี่คนมาลองดูการแก้ปัญหาโดยวิธีนี้ดูซิ
seep
- Thursday, February 15, 2001 at 06:06:01 (EST)

น่าจะทำให้มันเป็นร้านค้าแบบห้างทั่วไปเพื่อแก้ปัญหาโสภณีเกลื่อนเมือง ใครอยากปลดปล่อยหรืออยากได้สินค้าชนิดใดก็ไปซื้อแล้วขอบิลกับพนักงานขายที่เป็นผู้ชาย
เกรียงไกร มูลใจตา <[email protected]>
- Wednesday, February 14, 2001 at 01:14:47 (EST)

เรื่องนี้มันเหมือนกับว่าไก่เกิดก่อนไข่ หรือว่าไข่เกิดก่อนไก่ มีทั้งที่เห็นด้วยและที่ไม่เห็นด้วย ก่อนอื่นเราต้องมามองจากของแต่ละมุม ผู้ที่คิดว่ามันเป็นปัญหาเป็นเจ้าของปัญหาจริงหรือเปล่า คิดแทนผู้อื่นหรือเปล่า ผู้มีผลประโยชน์จากอาชีพนี้หลิวตาหรือเปล่า แล้วสังคมของการอยู่รอดจะจัดการขบวนการของมันเอง... หรือถูกแซกแซงและเอาเปรียบ.... ใครอยู่ข้างหลังของปัญหา...
ณรงค์ ฤทธิ์ไตรรัตน์ <[email protected]>
- Monday, February 12, 2001 at 05:07:41 (EST)

เห็นด้วย
ไพฑูรย์ ชเลสุวรรณ <[email protected]>
- Sunday, February 11, 2001 at 10:06:11 (EST)

โสเภณีควรได้รับการยอมรับและคุ้มครองให้เหมือนกับอาชีพอื่น เพราะถือเป็นอาชีพที่สุจริต เราควรเห็นอกเห็นใจพวกเขา เพราะหากมีทางเลือกที่ดีกว่านี้เขาคงไม่ทำอาชีพนี้
อัปสร บุญยัง <[email protected]>
- Friday, February 09, 2001 at 23:57:29 (EST)

ผมเห็นด้วยกับการจดทะเบียนโสเภณี ก็อย่างที่หลาย ๆ ท่านแสดงความคิดเห็นกันมา แต่ไม่เห็นมีใครแสดงความคิดเห็นในเชิงแก้ปัญหา ว่า จะลดจำนวนโสเภณีกันอย่างไร การที่หลาย ๆ ท่านแสดงความคิดเห็นคัดค้าน โดยส่วนตัวผมแล้ว มีความคิดเห็น ว่า การคัดค้านการจดทะเบียนโสเภณี เท่ากับว่า เรากำลังส่งเสริมให้บรรดาแมงดาและแม่เล้าทั้งหลายเหิมเกริมมากยิ่งขึ้น และเป็นการเปิดช่องทางให้กับตำรวจที่รับสินบนได้กระทำความชั่วได้อย่างเสรี แล้วปัญหาโสเภณีที่ถูกล่อหลวง เมื่อไรจะจบจะสิ้นกันเสียที และใครจะก้าวออกมาเป็นผู้รับผิดชอบต่อปัญหาของสังคม ถ้าพวกเราไม่เริ่มกันเสียแต่วันนี้ วันหน้าปัญหามันก็ไม่จบ แต่ยอมรับว่า ปัญหานี้ต้องใช้ระยะเวลาหนึ่ง ทุกวันนี้ ผมอยากถาม ว่า วัยรุ่นหญิงไทยสมัยนี้ ต่างอะไรกับโสเภณีข้างถนน กอดจูบกันใต้ต้นไม้แถวเวิดล์เทรด แบบไม่อายฟ้าดินและสายตาผู้คนที่เดินผ่านไปมา ผมไม่อยากให้พวกเราคนไทยหลอกตัวเอง อยากให้พวกเราก้มมองตัวเองสักนิด และหันมาเผชิญกับความจริงที่มีอยู่ และร่วมกันหาวิธีป้องกันและแก้ไขปัญหากันดีกว่า เพราะถึงอย่างไร พวกเราก็คนไทย สายเลือดไทยด้วยกัน มามัวแต่เหยียดหยามกันเอง แล้วมันสาร้างสรรค์อะไรได้ดีขึ้น เสียด้วยกันทั้งสองฝ่าย และผมเห็นด้วยอย่างยิ่ง ที่รัฐบาลควรจะออกกฏหมายกำหราบบรรดาแมงดาและแม่เล้าทั้งหลายให้ได้รับโทษสถานหนักที่สุด
ชนินทร์
- Friday, February 09, 2001 at 04:09:41 (EST)

ผมไม่เห็นด้วยที่จะยอมให้สิ่งไม่ดีเกิดขึ้นในสังคมที่กระผมนั้นอยู่ไม่ว่าจะเป็นเรี่องโสเภณีสิงนี้สังคมไทย ไม่ยอมรับถ้ายอมให้ค้ากามเป็นเรื่องถูกกฎหมาย มุมมองของโลกจะต้องยกย่องไทยในความกล้าที่จะสิ้นคิดหมดหนทางทำมาหากินหรืออย่างไรจึงต้องเอาตัวเข้าไปแลกกับเงินเพียงเพื่อการอยู่รอด ศักดิ์ศรีหญิงไทย ศักดิ์ศรีของ คนไทยจะอยู่ที่ใด ุถ้ามีการอนุญาติให้มีการค้ากามกันอย่างถูกกฎหมาย ไทยคงมีโสเภณีเต็มบ้านเต็มเมืองเราแน่ คุณว่าไหม จะมี ตั้งแต่เด็กจนถึงวัย หอบสังขาร ไปค้า ผืนนาน้อย ผมไม่เห็นด้วยมากสำหรับเรื่องนี้ ถ้าน้องสาว น้องชายผม ไปค้ากาม ถ้าจะอดตายผม กลับบ้านทำนา ทำสวน หรื่อไปรับจ้างดีกว่า
สมยศ ดีดวงพันธ์ <[email protected]>
- Friday, February 09, 2001 at 01:45:26 (EST)

ผมเห็นด้วยกับการจดทะเบียนโสเภณีให้ถูกต้องตามกฏหมาย อย่างน้อยก็ช่วยกำจัดพวกแมงดาในเครื่องแบบและ แม่เล้าทั้งหลายที่ทำนาบนความขมขื่นของคนอื่น และผมก็เชื่อว่า ถ้าทำทุกอย่างให้มันอยู่ในระบบแล้ว ผมไม่คิดว่า จะมีจำนวนหญิงโสเภณีเพิ่มมากขึ้น อย่างน้อย ผู้หญิงที่ถูกพ่อแม่ขาย หรือถูกแม่เล้าหลอกมาค้าประเวณีอาจจะลดน้อยลงด้วยซ้ำ และปัญหาระบบส่วยก็จะหมดไป ที่ผ่าน ๆ มา ผมไม่เคยเห็นรัฐบาลชุดไหนก็ตามสนใจกับปัญหาเหล่านี้อย่างจริงจัง รัฐบาลควรจะกำหนดบทลงโทษพวกแมงดาและแม่เล้า หรือพวกข้าราชการตำรวจที่คอยรับส่วยน้ำกามให้จงหนัก เพื่อเป็นการกำราบ เนื่องจากคนเหล่านี้สร้างความทุกข์ ความขมขื่น ให้กับคน ๆ หนึ่งทั้งชีวิต จึงอยากให้รัฐบาลใช้กฏหมายมาตราตัวเดียวกันกับคดียาเสพติด แม้ว่าผมจะเห็นด้วยกับการจดทะเบียน แต่ก็ต้องระมัคระวังในเรื่องข้อมูลของหญิงที่จดทะเบียน ไม่ใช่จดทะเบียนแล้ว ก็นำพวกเธอเหล่านั้นมาประจาน เพราะอาชีพนี้ไม่ใช่อาชีพจีรังยังยืน สักวันพวกเธอเหล่านั้นก็ต้องเลิกอาชีพนี้ และอาจต้องมีครอบครัวต่อไปในอนาคต จึงควรระมัดระวังและปกปิดข้อมูลเหล่านี้เป็นความลับให้มากที่สุด โดยเฉพาะเด็กหญิงที่ถูกพ่อแม่ขายกินหรือเด็กที่ถูกล่อลวง เพราะเธออาจจะไม่ได้ตั้งใจก้าวเข้ามาสู่อาชีพนี้ แต่เพราะสถานการณ์บังคับ เราจึงควรมีมาตรการรองรับปัญหาในอนาคตด้วย และควรจะทำอย่างไรให้จำนวนโสเภณีลดน้อยลงไปกว่าที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ ผมเองก็เป็นผู้ชาย ก็อยากฝากเตือนผู้ชายด้วยกัน
ไม่ประสงค์ออกนาม
- Thursday, February 08, 2001 at 11:29:09 (EST)

คะ ตอนนี้ยังไงเราก็ปฎิเสธไม่ได้หรอกว่าเมืองไทยโสฌภณีเยอะมากจนยากที่จะแก้ไขปัญหานี้ได้นะคะ จริงๆแล้วก็ไม่เห็นด้วยกับอาชีพนี้เท่าไหร่ในฐานะผู้หญิง แต่เราก็ต้องนึกถึงความเป็นจริงว่ามันแก้ได้ยากมาก ดังนั้นเราควรที่จะหาทางช่วยให้เขาเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของสังคมดีกว่า เพราะทางนี้อาจจะช่วยให้มีคนที่โดนบังคับมาทำอาชีพนี้น้อยลง ถ้าเราให้สวัสดีการที่ดี และทำให้เขาถูกกฎหมายซะ เขาคงรู้สึกว่าตนเองมีคุณค่ามากกว่านี้คะ ไม่มีใครอยากเกิดมาเป็นโสเภณีหรอกคะ เอาใจช่วยนะคะ
ปู
- Thursday, February 08, 2001 at 09:59:16 (EST)

เห็นด้วยกับการให้โสเภณีเป็นอาชีพที่ถูกกฎหมายและให้มีการจดทะเบียนให้ถูกต้องครับ เพราะเชื่อว่าจะทำให้ลดปัญหาการกดขี่ของเจ้าของซ่องและการทุจริตกินสินบนของตำรวจท้องที่ เพราะถ้าโสเภณีสามารถประกอบอาชีพอย่างอิสระได้ พวกเขาก็ไม่ต้องอาศัยความคุ้มครองของ เจ้าของซ่องซึ่งให้สินบนแก่ตำรวจท้องที่เพื่อให้เพิกเฉย (หรือแม้แต่คุ้มครอง)ต่อกิจการของตน ซึ่งอาจอยู่ในรูปร้านอาหาร คาเฟ่ หรือ อาบอบนวด ก็ได้ การรับรองให้ถูกกฎหมายนี้ก็ไม่ได้ หมายความว่าจะให้ค้าประเวณีได้ตามสถานที่สาธารณะ แต่ต้องมีการกำหนดกฎเกณฑ์ให้เหมาะสม ในเรื่องสถานที่ รูปแบบ และ การตรวจโรค ฯลฯ และต้องให้มีใบอนุญาตที่ออกโดยกระทรวงแรงงานฯ ผมว่าการรับรองอาชีพโสเภณีจะไม่ทำให้ประเทศไทยเสียชื่อเสียงไปมากกว่าที่เป็นอยู่แน่นอน เพราะปัจจุบันปัญหาโสเภณีของเรามันก็หนักอยู่แล้วและเป็นที่รู้กันทั่วโลก เนเธอร์แลนด์รับรองอาชีพโสเภณี แต่ปัญหาโสเภณีของเขาก็น้อยกว่าเรา และชื่อเสียงของเขาด้านนี้ก็ดีกว่า ดังนั้นจึงสรุปไม่ได้ว่าการรับรองโสเภณีจะทำให้ชื่อเสียงแย่กว่าเดิม ความจริงแต่ก่อนตั้งแต่สมัยร.5 เราก็เคยมีกฎหมายที่รับรองอาชีพโสเภณีมาก่อน ในรูปพรบ.ควบคุมและป้องกันกามโรค แต่มาเปลี่ยนแปลงให้เป็นอาชีพผิดกฎหมายในสมัยจอมพลสฤษดิ์ และนั่นก็เป็นจุดเริ่มของระบบอุปถัมภ์ระหว่างเจ้าของซ่องกับตำรวจท้องที่ ถ้าเราทำลายระบบอุปถัมภ์นี้ลงได้บ้าง ปัญหาโสเภณีทาสและโสเภณีที่ถูกล่อลวงมาจากทั้งในประเทศและต่างประเทศ ก็น่าจะบรรเทาลงไปด้วยเหมือนกัน
ปรินันท์ วรรณสว่าง
- Tuesday, February 06, 2001 at 05:10:59 (EST)

ไม่เห็นด้วยในทุกกรณี ไม่ต้องการบอกเหตุผล แค่รู้สึกว่ามันเป็นสิ่งเลวร้าย
pairoh sripattanatadakoon <[email protected]>
- Monday, February 05, 2001 at 03:23:29 (EST)

ผมเห็นด้วย ที่จะทำอาชีพนี้ให้ถูกต้องตามกฏหมาย เพราะเราต้องยอมรับความจริงอย่าง ว่า ประเทศไทยเราเป็นประเทศยากจน และเพราะความล้มเหลวของหน่วยงานราชการ และหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง มิได้ใส่ใจต่อปัญหาความยากจน ผมเชื่อว่า ไม่มีผู้หญิงคนไหนหรอกที่อยากจะมาทำอาชีพแบบ ถ้าพวกเขาเลือกได้ แต่ปัญหารากเหง้าจริง ๆ แล้ว เพราะผู้หญิงหลายคนมักจะถูกพ่อแม่ขายให้กับแมงดาและแม่เล้า หรือถูกหลอกลวงให้มาค้าประเวณี ผมเองเคยได้ประสบมา พบว่า ผู้หญิงเหล่านี้หลายคนประสบปัญหาอย่างที่คุณอดีตโสเภณีได้นำมาตีแผ่ แล้วทำไมพวกเราไม่ลองสอบถามความคิดเห็นจากกลุ่มคนที่ประกอบอาชีพเหล่านี้ดูละว่า พวกเขาต้องการแบบไหน ไม่ใช่คัดค้านกันหัวชนฝา แล้วไม่รู้ที่มาของต้นสายปลายเหตุและรากเหง้าที่แท้จริงของปัญหา การที่พวกเรากลัวว่า ต่างชาติจะดูถูกประเทศไทย ผมบอกได้เลย ว่า อาชีพนี้มีกันทุกประเทศ ไม่ว่าจะเป็นแผ่นโฆษณาในตู้โทรศัพท์ที่ประเทศอังกฤษ หรือ ป่ากลางกรุงปารีส ก็ยังมีนักศึกษาฝรั่งเศษมาขายตัว แอบซุ่มตามต้นไม้ แม้กระทั่งประเทศฮอลแลนด์ที่มีประชากรจบการศึกษาระดับปริญญาตรีถึงร้อยละเก้าสิบก็ยังมีแถวถนนย่านเรดไลท์ แต่ที่ต่างชาติดูถูกประเทศไทย ก็เพราะข้าราชการระดับสูงของไทย เวลาไปเมืองนอกก็หน้าบาง พยายามบิดเบือนข้อมูลที่แท้จริงต่าง ๆ จนทำให้คนต่างชาติมองประเทศไทยด้วยความเข้าใจผิด ฝรั่งเคยถามผมว่า ทำไมประเทศไทยถึงได้มีโสเภณีมากมายและราคาถูก ผมก็ตอบพวกเขาไปว่า เพราะประเทศไทยเป็นประเทศยากจน ประชากรมีรายได้ต่อหัวต่ำ ระดับการศึกษายังกระจายไม่ทั่วถึง จึงทำให้เกิดช่องว่างระหว่างสังคมขึ้น ซึ่งฝรั่งเองก็ตอบกลับมาว่า เขาไม่เคยรู้เรื่องนี้มาก่อน พวกเขาได้รับทราบข้อมูลว่า ประเทศไทยได้มีการพัฒนาไปมาก จนเกิดปัญหามลภาวะเป็นพิษ และรถติด พวกเขาเลยเข้าใจ ว่า เมื่อกรุงเทพ หรือประเทศไทยในสายตาต่างชาติ คิดว่า คนไทยกินดีอยู่ดี ก็เเลยเข้าใจ ว่า อาชีพโสเภณี คือ อาชีพสำหรับสาวที่รักสนุก และที่ผมเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง ก็คือ มันช่วยลบล้างระบบแมงดาและแม่เล้า ระบบส่วยของเหล่ามิจฉาชีพในเครื่องแบบ อย่าปล่อยให้คนในชาติของตัวเองต้องตกนรก เพราะ ความหน้าบางและไม่เข้าใจปัญหาของคุณหญิง คุณนายบางคน ที่กระทำตัวเลวเสียยิ่งกว่าโสเภณีเสียอีก
คนเเคยเที่ยว
- Monday, February 05, 2001 at 03:16:34 (EST)

เห็นด้วย... เพราะอาชีพนี้เป็นอาชีพที่อยู่คู่กับสังคมโลกมานานนับศตวรรษ อย่าบอกเลยว่าประเทศเราเป็นเมืองพุทธ เพราะไม่ว่าประเทศไหนๆ ในโลกก็มีอาชีพนี้ (ยกเว้นประเทศเคร่งศาสนาอิสลาม) ควรทำให้เป็นระบบระเบียบ ดีกว่าจะให้กฤหมายเข้าข้างพวกนายทุน ที่ด้านหนึ่งทำธุรกิจถูกกฤหมาย แต่อีกด้านหนึ่งเป็นแม่เล้า และแมงดา ผมเห็นว่าการยอมรับให้อาชีพนี้อยู่ในกฤระเบียบมีข้อดีมากกว่าข้อเสีย อย่างน้อยก็ช่วยกัน ให้ผู้หญิงที่ไม่ยินยอมขายบริการ มีที่พึ่งบ้าง มีตำรวจเข้าข้างพวกเขา (เป็นที่รู้กันว่า ปัจจุบันนี้ ตำรวจเข้าข้างใครคงไม่ต้องบอก) ผมว่าการที่ออกกฤหมายโสเภณี อาจจะมีผลเสียก็ที่ชื่อเสียงของประเทศ แต่ก็ต้องยอมรับ เพราะยังมีผู้หญิงอีกจำนวนไม่น้อยที่ยังตกนรกทั้งเป็น ถูกหลอกไปขายตัว เป็นจำนวนมาก จะปล่อยให้พวกเขาตกนรกอยู่อย่างนั้นหรือ แล้วคิดถึงผู้หญิงอีกมากเท่าใดที่จะต้องเป็นเหมือนผู้หญิงที่ถูกหลอกเหล่านั้น ถ้าผมจะต้องเสียชื่อเสียง แล้วช่วยชีวิตคนได้ทั้งคน ผมว่าเราควรจะยอมสละชื่อเสียงเพื่อช่วยชีวิตคน อีกประการ ผมว่าการออกกฤหมายนี้ จะมีผู้เสียผลประโยชน์บ้าง ก็คือ 1. ชื่อเสียงของประเทศ 2. บรรดาแม่เล้า และแมงดาที่ทำธุรกิจผิดกฤหมาย 3. ตำรวจที่รับส่วย คุมสถานบริการผิดกฤหมาย ถ้าพิจารณาได้แล้วว่า ทั้ง 3 ข้อ แลกกับชีวิตคนหลายคนที่ต้องตกอยู่ในนรกอย่านั้นคุมค่า ก็ควรจะออกกฤหมายได้แล้วครับ........
pong
- Sunday, February 04, 2001 at 23:37:44 (EST)

ดิฉันเห็นด้วยกับโสเภณีถูกต้องตามกฏหมาย อย่างน้อยก็ช่วยกำจัดเหล่าแมงดาและแม่เล้าให้ออกสู่นอกระบบ คนเราเลือกเกิดไม่ได้ ถ้าเลือกได้ใครบ้างละที่ไม่อยากเป็นคุณหญิง คุณนาย แต่ชีวิตก็คือชีวิต ที่ต้องยอมรับความจริง ว่า ความยากจน และ ความไม่เท่าเทียมกันในสังคม เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้คนที่ด้อยโอกาสกว่า ไม่มีทางเลือกหรือขีดลิขิตชีวิตตัวเองได้ ความยากจน ถ้าใครไม่เคยสัมผัสจะไม่มีวันรู้และเข้าใจ -หรือเข้าใจแล้วลืมตัว- ถ้าต้องอดข้าวมื้อกินมื้อ หรือสองวันกินข้าวมื้อ แล้วจะให้ทำอย่างไร -ยกเว้นเด็กใจแตก- ทุกวันนี้ มากกว่าครึ่งหนึ่งของบรรดาโสเภณี ไม่ได้ทำด้วยความสมัครใจ เพราะไม่มีใครอยากจะทำอาชีพต่ำต้อยแบบนี้ ดิฉันกล่าวได้ว่า เจ็ดสิบห้าเปอร์เซ็นต์ของโสเภณี มาจากการที่ถูกหลอก ถูกล่อหลวง จากเหล่าแมงดาและบรรดาแม่เล้าทั้งหลาย เริ่มจากเล็งหาเด็กสาวตามหมู่บ้านในชนบท แล้วเสนอเงินกู้ด้วยอัตราดอกเบี้ยที่แพง ๆ จากนั้น ก็จะบังคับให้ขายลูกสาวให้กับเหล่าแมงดาและแม่เล้า นำมาเสนอบริการให้กับสถานบริการต่าง ๆ หนี้สินจากหนึ่งหมื่นบาทที่กู้ยืมมา จะต้องชดใช้เป็นแสน -ไม่รู้ว่าจะคิดเป็นอัตราดอกเบี้ยยังไง- จะหนีกลับก็หนีไม่พ้น เพราะทันทีที่ถึงบ้านไม่ทันชั่วโมง ก็จะมีตำรวจมาตะคลุบตัวถึงบ้าน อ้างว่า มีคนแจ้งข้อหายักยอกทรัพย์ จากนั้นจะนำไปฝากขังที่โรงพัก รอจนกว่า แมงดาหรือแม่เล้ามารับกลับ บ้างครั้งต้องทำงานจนมดลูกอักเสบก็ยังไม่ยอมให้หยุดงาน จนกว่าจะเป็นมะเร็งมดลูกหรือเอดส์ตาย เงินจากการขายบริการก็ไม่เคยได้ โดยเฉพาะเด็กเอ หรือเด็กเอเย่นท์ จะซื้ออะไรก็ไม่ได้ ต้องให้แมงดาหรือแม่เล้าพาไปซื้อ เสร็จแล้วก็มาจดบัญชีเป็นลูกหนี้ ทำงานแปดปีสร้างรายได้ให้แมงดาหรือแม่เล้าไม่ต่ำกว่าสองล้านบาท แต่พ่อแม่ดิฉันติดหนี้เขาแค่หนึ่งหมื่นบาท ต้องทำงานใช้หนี้สิบสองปีถึงจะได้เป็นอิสระ หรือ ถูกปลดระวาง เพราะไม่สามารถทำเงินให้พวกเขาได้ แล้วที่บรรดาผู้ชายทั้งหลายคิดว่า อยากได้เด็กสาวบริสุทธิ์ โปรดสังวรไว้เถิดว่า ท่านไม่มีวันได้เด็กสาวบริสุทธิ์ได้หรอก เพราะวันแรกที่ถึงกรุงเทพฯ ก็ถูกแมงดาข่มขืนเสียแล้ว เหตุผลที่ข่มขืน ก็เพื่อจูงใจให้เด็กสาวเหล่านั้นยอมเป็นหญิงขายบริการ เพราะไหน ๆ ก็เสียความบริสุทธิ์ไปแล้ว ดิฉันเห็นแต่คุณหญิง คุณนายทั้งหลายจ้องแต่คัดค้าน แต่ไม่เห็นเสนอแนะวิธีแก้ปัญหาเลย ถ้ากลัวอาย ทำไมไม่เรียกร้องให้รัฐหันมาสนใจดูแลปัญหาเหล่านี้ละ ทำไมไม่ยกระดับการศึกษาของคนชนบทให้ทัดเทียมกับคนในเมือง ทำไมแก้ปัญหาความยากจน พืชผลเกษตรตกต่ำ สิ่งดิฉันเขียนมาทั้งหมด เพราะต้องการเปิดเผยความจริง มิได้มีเจตนาโจมตีหรือใส่ร้ายใคร ที่ดิฉันมีได้ทุกวันนี้ เพราะแฟนคนปัจจุบัน -เป็นนักบิน และเป็นคนไทยที่เข้าใจปัญหา เพราะเขาเคยเห็นสภาพที่แท้จริงว่าเป็นเช่นไร- เส่งเสริมและให้กำลังใจดิฉันมาตลอด แฟนส่งเสียดิฉันตั้งแต่เรียนภาคค่ำหลักสูตรมัธยม จนปัจจุบันดิฉันสำเร็จการศึกษาระดับปรัญญาตรี และมีอาชีพเป็นทนายความหญิงในปัจจุบัน ดิฉันสามารถ อ่าน เขียน ภาษาอังกฤษ และสามารถแปลบทกฏหมายเป็นภาษาอังกฤษได้ แต่ดิฉันก็ไม่เคยลืมอดีต และคิดว่า สักวันอยากจะช่วยเหลือเด็กผู้หญิงบางกลุ่มให้รอดพ้นจากบ่วงบาปเหล่านี้ -ยกเว้นเด็กใจแตก-
อดีตโสเภณี
- Sunday, February 04, 2001 at 12:44:21 (EST)

ไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง สังคมไทยยังคงมีอาชีพที่น่ายกย่องและส่งเสริมอีกร้อยแปดพันอาชีพ เรื่องที่จะมามีกฎหมายสนับสนุน นั้น มันมากเกินไป ประเทผสเรายังคงต้องพัฒนา อะไรอีกตั้งมากมาย ทำไมจะต้องมาเสียเวลากับเรื่องที่ประเทศเรา อับอายเขามาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว ทำไมไม่ออกกฏหมายห้ามทำอาชีพนี้ล่ะ มันน่าจะดีกว่า มันนานแค่ไหนแล้วที่ประเทศเราต้องเป็นที่รู้จักในนามของ โสเภณี ควรจะทำให้อาชีพนี้หมดไปจะดีกว่า และถ้าไม่มีอาชีพนี้แล้วผู้หญิงพวกนั้นจะไม่มีอาชีพทำก็ให้มันรู้ไป คนที่สนับสนุนก็เกินไป อยากให้ประเทศล่มจมนักหรือไง
{ ** _ ** } <asdf @ catcha .com>
- Friday, February 02, 2001 at 05:47:58 (EST)

I'm a Thai student in USA and i've seen so many TV programs in US making fun of our country. I don't like that at all. I've often seen some articles in some US magazines mentioning about the prostitution in Thailand. It's so infamous. I'm Thai and I don't want any one from other countries to make fun of us. If we legalize the prostitution, it's just like we are supporting it. Thailand, a Buddhist country, will be so disgraceful.
kenneth <[email protected]>
- Thursday, February 01, 2001 at 22:16:03 (EST)

ปัญหาโสเภณีมีมานานหลายยุคหลายสมัย ความเข้าใจในปัญหานั้นก็ยังน้อย ถ้าพูดถึงว่าเค้าทำงานไหมก็ดูเหมือนใช่ แต่มันดูเหมือนว่าจะขัดกับศาสนาและแบบแผนของไทยอยู่ การเปิดกว้างทางสังคมอาจจำเป็น ถ้ามองว่าเค้าก็คือกลุ่มคน ที่ดูเหมือนจะมีอาชีพที่คนในสังคมยอมรับได้ยาก แต่นานมาแล้วที่มีผู้ซื้อบริการกันมากมายและเริ่มขยายวงกว้าง ถามว่ารับบาลทำอะไรได้บ้าง ก็ยังไม่มีทางออกที่ดีนัก แต่ถ้ามีกฏหมาย มีระบบเข้ามาจัดให้เป็นระเบียบ ก็ดูจะดีกว่าที่ปล่อยเอาไว้ในมุมมืดของสังคม ซึ่งรังแต่จะสร้างปัญหาและเป็นช่องทางหาผลประโยชน์ของกลุ่มคนบางกลุ่มและผมมั่นใจว่าเป็นกลุ่มคนในวงกว้างทีเดียวที่เข้ามาเกี่ยวข้อง ระบบการจัดการที่เป็นระบบมีกฏหมายที่แน่นอนจึงเป็นสิ่งที่น่าสนใจ
สุธีร์ เรืองโรจน์
- Thursday, February 01, 2001 at 08:39:03 (EST)

คัดค้าน เหตุผลคือ ถ้าโสเภณีถูกกฏหมายจะเป็นการเปิดให้บุคคลที่ขาดงานจะเข้ามาทำงานด้านนี้ ทำให้ชาวโลกนั้นมองเห็นผู้หญิงไทยมีอาชีพอย่างเดียวคือ ขายบริการทางเพศ ทำให้ภาพพจน์หญิงไทยเสียหายมากขึ้น ในขณะเดียวกันนั้นทางฝ่ายบุรุษ จะมองเห็นว่าไม่ใช่สิ่งที่ควรนึกถึง เพราะฝ่ายชายนั้นไม่มีความเสียหายเท่าไรนัก เเต่ควรคำนึงว่าบุคคลที่ชายบริการนั้นมีวัตถุประสงค์เช่นไร เเละยินยอมที่จะบริการหรือไม่ ถ้าให้โสเภณีเป็นอาชีพที่ถูกฏหมายนั้นจะเป็นการมอบสิทธิในการพาหญิงไทยเข้าสู่สังคมของการขายบริการอีกด้วย
ด.ญ.เเพรวไพลิน ชินศักดิ์ชัย
- Wednesday, January 31, 2001 at 09:04:18 (EST)

ผมคิดว่านะครับการที่สังคมไทยจะยอมรับเรื่องแบบนี้มันไม่เป็นการสมควรเพราะว่าอย่างไรสังคมไทยตอนนี้ก็ยังถือว่าเป็นสังคมเมืองพุทธและการที่จะไปให้อาชีพนี้เป็นอิสระนั้นมันเหมือนกับว่าไปสนับสนุนผู้หญิงที่ด้อยโอกาสทั้งๆที่สังคมไทยก็ไม่ให้เกียติอาชีพนี้อยู่แล้วเราควรไปสนับสนุนพวกเขาให้ไปมำงานอย่างอื่นดีกว่าและอีกอย่างตอนนี้โรคเอดส์ก็เป็นปัญหาของสังคมไทยอยู่แล้วและทั้งๆที่รู้อยูาว่าโรคเอดส์ส่วนมากก็ติดเชื้อมาจากพวกที่ทำอาชีพนี้แล้วรัฐฯก็บอกว่าจะแก้ไขปัญหาโรคเอดส์แล้วยังจะสนับสนุนอีกหรือครับ
นาย ศิริ เรืองจรัส <[email protected]>
- Tuesday, January 30, 2001 at 22:59:08 (EST)

น่าจะลองสำรวจจากผู้หญิงขายบริการเองด้วยมากกว่า ว่าตัวเขาต้องการที่จะขึ้นทะเบียนหรือมีสิทธิอะไรหรืเปล่า จริงๆแล้วถ้าไม่อยากให้ขึ้นมีโสเภณีถูกต้องตามกฎหมาย รัฐบาลก็ต้องกลับมาหนทางแก้ไข การศึกษาและอาชีพ อย่าปล่อยให้เป็นภาระของประชนตาดำที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่มาแก้ปัญหาเลยค่ะ
oil <[email protected]>
- Tuesday, January 30, 2001 at 09:19:43 (EST)

คงจะต้องกล่าวเป็นเบื้องต้นว่า ความต้องการทางเพศเป็นความต้องการพื้นฐานของมนุษย์ ศีลธรรมเป็นทางเลือกหนึ่งของการควบคุมความเป็นไปของสังคม แต่ต้องถามว่าการคัดค้านการมีโสเภณีอย่างถูกกฎหมายนี้ มีเหตุผลหรือไม่ ปัจจุบันหลายประเทศในโลก พบกับทางตันว่า การทุ่มเทเสียทรัพยากรเพื่อควบคุม และ ดำเนินคดีการค้าประเวณี เป็นความสูญเสียโดยเปล่าประโยชน์ มีการจดทะเบียนการค้าประเวณีในหลายประเทศ ประเทศไทย อาจจะมีมุมมองทางด้านศีลธรรม ไม่เหมือนประเทศอื่น แต่ถ้ามีการทำให้ถูกกฎหมายแล้ว จะมีคนสมัครเข้าเป็นโสเภณีมากขึ้นหรือไม่ ไม่น่าจะมีเหตุผลรองรับ การมีอย่างถูกกฎหมาย ย่อมเป็นการรองรับสิทธิของบุคคลคนหนึ่งที่ได้ถูกสังคมกีดกัน และ ทอดทิ้งทางอ้อม เรากำลังทำอย่างปากว่าตาขยิบหรือไม่ หรือ ทำอย่างเปิดเผยเพื่อให้มีรายได้เข้ารัฐจะดีกว่าหรือไม่ ปัจจุบันค่าทะเบียนใบอนุญาตสถานบริการต่างๆ มีการจ่ายเงินใต้โต๊ะ มากกว่าราคาค่าใบอนุญาตแท้จริง การทำให้ถูกกฎหมายย่อมทำให้รัฐได้รับเงินอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่อย และ ยังไม่ต้องไปเสียเวลากับการวิ่งไล่จับเหมือนเด็กๆ ปัญหาด้านศีลธรรมนั้นแก้ไขด้วยวิธีอื่นได้อยู่แล้ว
นักเรียนกฎหมายอังกฤษ
- Saturday, January 27, 2001 at 19:34:28 (EST)

ผมค่อนข้างจะเป็นกลางสำหรับเรื่องนี้ ซึ่งมันขึ้นอยู่กับเหตุและผลของแต่ละฝ่าย แต่ส่วนใหญ่ผมก็มักจะได้เหตุผลที่ค่อนข้างเบาปัญญาของฝ่ายคัดค้านเสมอ ๆ อาทิเช่น 1 ทำให้เสียภาพพจน์ของประเทศชาติ ซึ่งในความเป็นจริงเราเองก็ควรจะยอมรับได้แล้วว่าทั่วโลกมองไทยอย่างไร หากดูหนังฝรั่งเราก็อาจจะได้ยินคำว่า "bnagkok" ในความหมายในแง่ลบ หรือแม้แต่เหตุการณ์ของพจนานุกรมต่างประเทศฉบับหนึ่งให้คำแปลของ "Bangkok" ก็เช่นกัน ทั้งที่ประเทศไทยไม่ยอมรับอาชีพโสเพนี แต่ชาวต่างชาติเหล่านี้ก็รู้ว่าจะหาโสเภณีที่เมืองไทยได้ง่ายแค่ไหน 2. การอ้างเหตุผลว่า ประเทศส่วนใหญ่ในโลกทำหรือไม่ทำ : ในกรณีนี้ผมไม่ได้ตำหนิเฉพาะเรื่องโสเภณีเท่านั้น แต่เท่าที่เคยได้ยินการให้เหตุผลของนักการเมืองส่วนใหญ่ มักจะใช้ข้ออ้างนี้ ซึ่งผมมองไม่เห็นว่ามันจะแสดงให้เห็นว่าประเด็นที่กำลังกล่าวถึงนั้นเราจะได้ประโยชน์ หรือเสียประโยชน์อะไรเลย ผมจึงมองว่า การแสดงความคิดเห็นแบบนี้เป็นเพียง"ข้ออ้าง" ไม่ใช่เหตุผล 3. เหตุผลที่ 3 นี้ผมมักจะได้ยินว่า "ประเทศไทยเป็นเมืองพุทธ" ผมก็จะมองว่ามันเป็นแค่เพียงข้ออ้างเท่านั้น ก็ในเมื่อถ้าจะอย่างจะอ้างว่าเป็นเมืองพุทธละก็ น่างจะออกกฎหมายห้ามฆ่าสัตว์ ห้ามกินเหล้าซิครับ ซึ่งเป้นศีล 5 ด้วยซ้ำไป แต่ศีลห้าเองยังไม่ห้ามการเป็นโสเภณีซักกะหน่อย ดังนั้นผมจึงอยากจะให้ผู้ที่แสดงความคิดเห็นควรระวังในเรื่องข้ออ้าง อย่าให้มาปะปนกับเหตุผล มันอาจจะทำให้ความคิดเห็นที่แสดงออกมามีน้ำหนักมากขึ้นนะครับ
Nor
- Saturday, January 27, 2001 at 02:20:35 (EST)

it's willbbr good to have that law. it;\'s will protar\tect hooker in tha setter lifr. no to on to w
sukayla yitskitti <[email protected]>
- Friday, January 26, 2001 at 04:42:54 (EST)

เห็นด้วย
วสุมา <[email protected]>
- Thursday, January 25, 2001 at 21:51:25 (EST)

ถึงเวลานานแล้วที่เราจะเลิกโกหกตัวเองว่าประเทศเรา ไม่มีสิ่งเหล่านี้ เป็นเมืองพุทธ เมืองแห่งศีลธรรม การค้าขายอย่างเสรี ผู้ขายพบผู้ซื้อโดยตรง หรือ การกระทำใดๆ ด้วยใจสมัคร ดีกว่าการมีตัวกลางที่อำมหิตไร้ศีลธรรม ถ้าสิ่งเหล่านี้ไม่ดีและสังคมของเราดี ตามที่ผู้คัดค้านคิด สังคมจะคัดแยกและลงโทษคนพวกนี้เอง ซี่งเป็นการตายทั้งเป็น อย่างเช่นกรณีของผู้ทรงเกียรติที่ปรากฎเป็นข่าวล่าสุด มุมมองของประโยชน์ เพื่อเป็นการกำจัด การล่อลวง รีดไถ การทำร้าย และรู้เห็นเป็นใจจากเจ้าหน้าที่ ทั้งสองภาค ( ภาคเอกชน และ ภาค... ) รวมถึงปัญหา อาซญากรรมต่าง ๆ เพื่อเป็นการควบคุมจำนวน สุขภาพอนามัย วัยของโสเภณี และ สิ่งต่างๆ ที่เกิดจากความผิดพลาดของการหลบซ่อนกระทำ เป็นการใช้งบประมาณของแผ่นดิน และสท้อนสวัสดิการสู่พวกเขา โดยรายได้ที่เกิดจากพวกเขาเองอย่างสมประโยชน์ อื่นๆ
ฮ นกฮูก
- Wednesday, January 24, 2001 at 04:43:14 (EST)

ผมเห็นดว้ยครับ
วิญญู เต็งรัง <[email protected]>
- Wednesday, January 24, 2001 at 03:15:38 (EST)

ไม่เห็นด้วย เพราะทำให้ผู้หญิงเห็นว่าเป็นเรื่องที่าสัวงคมยอมรับและเข้ามาสู่อาชีพนี้มากขึ้น
aphirat takratanasaran/archaraporn j. <[email protected]>
- Tuesday, January 23, 2001 at 09:01:13 (EST)

คัดค้าน
กวี คามณีย์ <[email protected]>
- Tuesday, January 23, 2001 at 01:33:25 (EST)

สำหรับความคิดเห็นของ ดร. ลลิตา ดิฉัน อย่ากรู้ว่าคุณได้เข้ามาคลุกคลีกับพวกเขาเหล่านั้นมากแค่ไหนรู้หรือไม่ว่าดิฉันคิดยังไง คุณยังมองว่าโลกนี้สวยงามอยู่มากสำหลับคนที่เข้ามาขายบริการแล้ว ไม่ใช้เพราะรักสบายไปซ้ะทั้งหมดหลอก คุณคิดว่า การหลับนอนกับชายแปลกหน้า และยอมให้พวกเข้าเหล่านั้น ระบาย อารมณ์ ใคร่ ที่มีทั้งกักขระและดุถูก ยอมให้พวกเขาเหล่านั้นมองเราเป็นสิ่งของที่ซื้อมาใช้แล้วทิ้ง เป็นอาชีพที่สบายเหลอ กับการเอาเปลียบสารพัด นอนกับแขกหนึ่งได้300สถานบริการเอาไป250ดิฉันได้50หักค่าใช้จ่ายส่วนตัวแล้วดิฉันต้องนอนกับแขกกี่คนเรื่องคิดจะหาเงินสักก้อนเป็นทุนจะได้พ้นสภาพเลิกคิดไปเลยเพราะมีคนอย่างพวกคุณนั้นหละที่คิดเอาเองว่าดีแล้ว
หน่อย
- Tuesday, January 23, 2001 at 00:53:27 (EST)

ปัจจุบัญก็มองไม่เห็นความแตกต่างอยู่แล้ว เห็นมีกันอยู่เกลื่อนนั้นผิดกฎหมายเหลือเปล่า คิดว่าถ้าเปิดเป็นเสรีก็คงไม่มีเพิ่มไปมากกว่านี้หลอก ตัวที่ควบคุมตรงนี้คือสังคมมากกว่า เพราะกฎหมายที่มีอยู่ก็รู้กันอยู่แล้ว เสียอะไรไปสักอย่างกฎหมายก็ไม่มายุ่ง เอาเวลาไปสอดส่องดูแล หรือช่วยเหลือคนที่กูกล่อลวงมา ดีกว่าน้ะสงสารพวกนั้นมากกว่า
thnarat <[email protected]>
- Tuesday, January 23, 2001 at 00:27:11 (EST)

ขอคัดค้านครับ ไม่ใช่ว่าสังคมทุกวันนี้ไม่มีที่ให้เลือกอยู่ ไม่ใช่สังคมของเราไม่ยอมรับ (ต้องจำยอม) แต่ทั่วโลกต่างหากที่ประณาม!!! แบบสอบถามง่ายๆ 'คุณเคยคิดดีๆ มีความรู้สึกที่ดีๆกับคนข้างบ้านที่เป็น โสเภณี ไหม'
ชายน้ำ
- Monday, January 22, 2001 at 06:58:27 (EST)

ดิฉันเห็นด้วยกับการจดทะเบียน หากผู้กำหนดหลักการกำหนดได้ในสิ่งที่ครอบครุม พอ ทั้งนี้จะสามารถควบคุมจำนวนผู้ขายบริการ สุขภาพอนามัยรวมถึงการตรวจรักษาและควบคุมโรคเอดส์ และระยะเวลาการบริการของหญิงบริการในหนึ่งวัน, ควบคุมราคาค่าบริการโดยยุติธรรมสำหรับผู้ขายและผู้มาใช้บริการ รวมถึงเพิ่มความมั่นใจในความปลอดภัยหรือลดความเสี่ยงจากการติดโรคจากสามีให้กับคุณแม่บ้าน และที่สำคัญในสายตาของดิฉันคือ จะได้กำจัดการลักลอบหรือบังคับขายบริการในเด็กหญิงที่อายุยังไม่สมควรต่อการรับรู้ในเรื่องเพศสัมพันธ็ ทั้งนี้การขี้นทะเบียนโสเภณีควรจะเป็นไปโดยความสมัครใจของหญิงบริการหรือโดยผู้ที่เต็มใจจะประกอบอาชีพนี้เท่านั้น ดังนั้นจะเป็นการหยุดการบังคับขายบริการเสียที
s. rattanaprasert <[email protected]>
- Thursday, January 18, 2001 at 01:47:35 (EST)

สวัสดีครับ ผมอยากให้ทำให้ถูกกฎหมายเสียครับ ไม่ได้หมายความให้บุคคลในอาชีพนี้กลายเป็นสินค้าแต่อย่างใด แต่เป็นการยอมรับสิ่งที่มีอยู่จริงมาตั้งแต่ดึกดำบรรพ์ อย่าไปสาวเลยครับว่ายาวไปถึงไหน ผมเห็นด้วยว่าส่วนที่มีอยู่ ทำให้ถูกต้องตามสุขลักษณะเสีย คุณกล้ารับรองไหมว่าคนที่คุณรู้จักไม่มีสักคนเลยที่เคยไปเที่ยวโสเภณี (หรือถ้ามีคุณก็ได้ห้ามสุดกำลัง เต็มความสามารถ)
ชายอีกคนหนึ่ง
- Wednesday, January 17, 2001 at 23:20:20 (EST)

ไม่สนับสนุนการค้าบริการทางเพศอย่างถูกกฎหมาย เพราะเป็นการทำลายวัฒนธรรมและเป็นการทำลายภาพลักษณ์อันดีของประเทศ ผมคิดว่าองค์กรเกี่ยวกับสิทธิสตรีดักล่าว(เอ็มพาวเวอร์)ไม่ควรสนับสนุนการค้าบริการทางเพศให้เป็นอาชีพที่ถูกกฎหมาย เพราะเป็นการส่งเสริมให้เห็นมนุษย์เป็นเหมือนกับสินค้าที่ใช้สนองความต้องการทางเพศ ส่งเสริมการทำลายศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์และส่งเสริมการทำลายวัฒนธรรมอันดีของชาติ แต่องค์กรเกี่ยวกับสิทธิสตรีควรมีบทบาทในการต่อต้านการค้าบริการทางเพศ และหามาตรการในการแก้ปัญหาที่ดีกว่านี้
zpoil <[email protected]>
- Wednesday, January 17, 2001 at 22:37:30 (EST)

ไม่สนับสนุนให้มีการค้ากิจกรรมทางเพศอย่างเปิดเผย เพราะทำให้ภาพลักษณ์และวัฒนธรรมของชาติถูกมองในแง่ไม่ดี แต่ก็ไม่ได้รังเกียจหรือรู้สึกเหยียดหยามบุคคลที่ทำอาชีพนี้เพราะมีความเชื่อว่าถ้ามีโอกาสคงที่จะไม่มีใครต้องการทำอาชีพนี้ ผมมีความเห็นว่าเราควรให้โอกาสบุคคลที่เคยทำอาชีพนี้แล้วต้องการเลิกหรือต้องการมีอาชีพใหม่ให้โอกาสแก่เขาเหล่านั้น และพยายามอย่าให้มีบุคคลที่จะมาทำอาชีพนี้เพิ่ม ส่วนบุคลที่ทำอยู่แล้วและไม่สามารถเลิกได้ก็ควรมีการควบคุมโดยเฉพาะสุขภาพ ที่สำคัญผู้ประกอบการและผู้สนับสนุนให้ความร่วมมือให้บุคคลใดทำอาชีพนี้เพิ่มควรได้รับโทษเช่นเดียวกับการค้ายาเสพติดเพราะเป็นการค้ามนุษย์ เห็นชีวิตมนุษย์เป็นสินค้า
jittakorn saikaew <[email protected]>
- Tuesday, January 16, 2001 at 10:45:12 (EST)

ผมอ่านความเห็นของ ดร.ลลิตา ที่คัดค้าน แล้วจึงคันไม้คันมือ อยากจะโต้สักหน่อยการขึ้นทะเบียน หรือการทำให้อาชีพขายบริการนั้น ผมว่ามันเป็นการยอมรับความมีอยู่จริงของอาชีพนี้ มีผู้ให้บริการ และผู้ใช้บริการที่แน่นอนจำนวนหนึ่ง ที่เป็นตัวเลขที่ขัดแย้งเสมอระหว่างภาครัฐกับเอกชน ผมมองว่าการยอมรับความมีอยู่จริงของพวกเขาเหล่านั้น ไม่ได้ทำให้รัฐบาล หรือประเทศ หรือแม้แต่ผู้หญิงไทย ต้องเสียหน้าแต่อย่างใด อย่างที่ดร.ว่า ต่อไปเราจะต้อง เอกซ์พอร์ตกันขนาดนั้น ทำให้เสื่อมเสียประเทศชาติ และลูกผู้หญิงไทยผมมีความเห็นว่า ใครกันหรือครับจะไปโฆษณากันได้ถึงขนาดนั้น แล้วทุกวันนี้มันไม่มีหรือครับ ในอินเตอร์เนต หรือช่องทางอื่นๆ อีกอย่างมันก็เป็นคนละเรื่องกับการขึ้นทะเบียนส่วนการที่จะมีคนหลั่งไหลมาสู่ธุรกิจนี้มากขึ้น เพราะสบาย หาเงินง่าย ผมว่าลองคิด ใช้สมองดูดีๆ นะครับ เป็นไปได้หรือไม่มากน้อยอย่างไร ผมว่าลูกผู้หญิงทุกคนไม่คิดสั้นอย่างนั้นหรอกครับ เป็นเรื่องของเงื่อนไข และมุมมองต่อชีวิตมากกว่าผมเห็นด้วยสุดโต่งที่จะให้มีการขึ้นทะเบียน เพื่อจะได้มีหมอควบคุมให้ทุกอย่างเป็นไปตามครรลองที่ถูกต้องขอนอกประเด็นหน่อย ความจริงเรื่องต่างๆ ที่มีอยู่จริง อาทิ การมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควร ผมว่าส่วนหนึ่งเป็นแรงผลักดันของสังคมทางที่ดีเราควรจะยอมรับมันและหาทางแก้ไข ด้วยการให้ความรู้เสียแต่เนิ่นๆ แต่จะว่าไป จะเอาบรรทัดฐานอันไหนมาวัดว่าทำอย่างไรจึงจะเหมาะสม ผมคนนึงล่ะครับที่ถ้าต้องออกเสียงดังเรื่องนี้ ก็ออกจะเขินอยู่เหมือนกัน แต่ก็น่าจะช่วยกันนะครับ
ชายอีกคนหนึ่ง
- Tuesday, January 16, 2001 at 00:16:14 (EST)

ถ้าทำอย่างถูกกฎหมายก็แสดงว่าไม่ได้ทำเพราะความจำเป็นแล้ว การปล่อยให้เป็นเรื่องถูกกฎหมายจะเป็นการทำลายระบบสังคม ไม่มีศีลธรรมในสังคม ลองคิดดูสมมติว่าถ้าเพื่อนไปใช้บริการผู้หญิงที่เป็นแม่ตัวเอง ยังจะหวังเอาอะไรจะเอาอะไรกับสังคมเช่นนั้นได้อีก นักเรียกร้องสิทธิสตรีทั้งหลายควรจะต่อต้านอย่างหัวชนฝา มันอาจจะยาวนานนับล้านปีที่เพศหญิงต้องพึ่งพาอาศัยเพศชายในการดำรงชีพ จนกลายเป็นการกดขี่ทางเพศที่ครอบครองโลก สนองอำนาจและตัณหา ผู้หญิงควรจะร่วมกันต่อสู้ให้เข้มแข็งกว่านี้ ถ้าคิดว่าต้องทำเพราะความจำเป็นจริง ๆ เท่าที่เกิดขึ้นยังไม่อาจผลักดันอะไรได้ จำเป็นที่จะต้องใช้ความรู้ ความสามารถในทุก ๆ วงการให้มีอำนาจต่อรองกับความไม่ยุติธรรมทั้งหลาย ถ้ากลัวว่าเป็นเรื่องยากสภาพการณ์ก็จะเป็นอย่างนี้ต่อไป
ช.คนหนึ่ง
- Monday, January 15, 2001 at 22:35:49 (EST)